่งของต่อไปจนกระทั่งปลายยามอู่เสียงท้องน้อย ๆ ของหนิงอันกับน้องชายทั้งสามก็ดังขึ้นพร้อม ๆ กัน “ไปกินข้าวกันเถอะ”คำพูดของผู้เป็นพี่สาวทำให้น้องชายพากันลุกขึ้นยืนเช่นเดียวกับพี่ชายอีกสองคน “เสี่ยวจวิ้น เสี่ยวฉีวันนี้ตอนเย็นเจ้าจะกลับบ้านไปกับพี่หรือไม่” อานเจิงถามน้องชายหลังจากมื้อกลางวันจบลง“ไม่ขอยับ” คำพูดไม่ชัดเจนดังมาก จากเจ้าของชื่อทั้งสองพร้อมกัน ยังไม่ทันที่อานเจิงจะตอบน้องชาย มู่ตานก็รีบเดินเข้ามาหาคุณหนูของตนอย่างเร่งรีบ “คุณหนูท่านอาจางอี้มาขอพบเจ้าค่ะ”หนิงอันรีบลุกขึ้นยืนก่อนที่จะเดินไปในห้องโถง “ท่านอามีอะไรหรือเจ้าคะ” นางถามเข้าประเด็นเมื่อเห็นสีหน้าของผู้มาเยือน455
“ข้าเข้าเรื่องเลยก็แล้วกันนะเรื่องมันเป็นแบบนี้…..” จางอี้ได้เล่าเรื่องที่มีคนมาก่อกวนอย่างละเอียดรวมถึงที่เขาตัดสินใจส่งชายคนนั้นให้มือปราบด้วยหนิงอันนิ่งฟังอย่างสงบ “ข้าคิดว่าน่าจะมีคนจ้างเขามา”ความคิดของเด็กหญิงตรงกับจางอี้เช่นกัน “อาก็คิดอย่างนั้นแหละแต่เราไม่มีหลักฐาน” ชายหนุ่มถอนใจ“คนผู้นั้นไม่สารภาพหรือเจ้าคะ” หนิงอันย้อนถามอย่างกังขา“เขาบอกว่าผู้ว่าจ้างเรียกไปคุยในตรอกร้างพร้อมกับรถหัดเดินนอกนั้นไม่รู้อะไรเพราะชายผู้ว่าจ้างปิดหน้าปิดตา”‘เด็กน้อยเรื่องนี้ไม่ยากพวกเราไปพบเขาเองก็รู้แล้ว’ จบคำของกุยเฮย หนิงอันก็พยักหน้าอย่างเห็นพ้อง“ท่านอาพาข้าไปพบเขาเจ้าค่ะ” หนิงอันพูดพร้อมกับยืนขึ้น“ด้วย” หมิงหมิงรีบจับ