ระดาษพร้อมกับกวาดตาอ่านข้อความที่อยู่ในกระดาษนั้นอย่างตั้งใจมือของนางสั่นดวงตาของนางแดงเรื่อ“ขอบพระทัยฝ่าบาทเพค่ะ” หนิงอันยอบตัวคารวะชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์ที่เป็นศิษย์พี่ของตนอย่างซาบซึ้งใจกระนั้นนางก็ยังคงรู้สึกกังวล“ศิษย์พี่ ท่านมอบให้ครอบครัวของข้าแล้วในอนาคตจะไม่มีใครมายึดคืนอีกใช่หรือไม่” คำถามของหนิงอันทำให้ผู้เป็นใหญ่คิ้วกระตุกพลางคิดในใจ (เจ้าเด็กบ้านี่คิดอะไรเหลวไหลอีก)“เจ้าเห็นข้าเป็นคนเช่นไร ในนั้นก็ระบุว่าเป็นชื่อบิดาของเจ้าอย่างสมบูรณ์ไม่ใช่อย่างนั้นหรือ เอาเถอะรางวัลเจ้าก็ได้ไปแล้ว ในตอนนี้อยากไปไหนก็ไปเถอะ” ชายหนุ่มแสร้งทำเป็นไม่พอใจก่อนที่จะโบกมือไล่คนตัวเล็กหนิงอันมองเขาแย้มยิ้มราวคนโง่ “เจ้าค่ะ ท่านอยากจะใช้เวลากับพี่สะใภ้ก็ตามสบายเลยข้าไม่อยู่กวนใจหรอก พี่ชายเราไป358
เที่ยวกันเถอะ” คำพูดของคนตัวเล็กได้ทำให้ใบหน้าของหญิงงามร้อนผ่าวยิ่งพอสบตากับชายหนุ่มที่มองตนด้วยดวงตาพราวระยับก็ทำให้รู้สึกขัดเขินมากขึ้น ส่วนคนต้นเรื่องอย่างหนิงอันก็ดึงมือของเหลียนเซียวมู่ตงกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปไม่เห็นแม้แต่ฝุ่น‘เฮยเฮยวันนี้ข้าจะพาเจ้าตระเวนกินอาหารขึ้นชื่อของเมืองหลวงให้พุงกางเลยดีไหม’ คนชอบกินรีบสื่อสารถามความเห็นของสหาย‘เจ้ารีบพาข้าไปเลย’ เต่าตัวน้อยรีบสนับสนุน“อันอันเจ้าจะนั่งรถม้าหรือจะขี่ม้าไปกับข้า” เด็กชายเจ้าของจวนถามคนตัวเล็กในระหว่างเดินออกมาด้านนอกตัวเรือนชั้นใน“ขี่ม้าใน