็กชายวัยสิบสามสิบสี่มองไปทางนางเป็นตาเดียว “เจ้าถามทำไม” เหลียนเซียวมู่ตงย้อนถามสีหน้าเต็มไปด้วยความฉงนสงสัย
“ท่านตอบข้ามาก่อน” คนตัวเล็กไม่ตอบทว่ายังคงต้องการอยากรู้ในสิ่งที่นางถามไปก่อนหน้า
“เรื่องนี้” เด็กชายมีสีหน้าจนใจจึงได้มองไปทางหลินเจ๋“เรียนคุณหนูมูลม้าเหล่านั้นพวกเรานำไปทิ้งที่ชายป่าขอรับ”
คำตอบนี้ทำให้ใบหน้าของอันอันบิดเบี้ยว “พวกท่านช่างไม่รู้จักของดีอย่าบอกว่ามูลวัว มูลหมูก็ทำแบบเดียวกันหรอกนะ”361
คราวนี้ไม่แม้แต่เด็กชายทั้งสามจะมีสีหน้ามึนงง แม้แต่บ่าวรับใช้โดยรอบก็ต่างมึนงงไม่ต่างกัน ‘ฮ่า ๆ คนพวกนี้ช่างทำหน้าเหมือนข้าในตอนนั้นไม่มีผิด’
เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปตอนที่อันอันให้ชาวบ้านเตรียมดินก่อนจะปลูกผัก ในตอนนั้นนางก็ถามถึงมูลสัตว์แบบนี้เช่นกันและกว่าทุกคนจะเข้าใจว่าเหตุใดคนตัวเล็กถึงได้บอกว่าเป็นของดีก็หลังจากเห็นพืชผลของตน
“หมายความว่ายังไง” เหลียนเซียวมู่ตงย้อนถาม ซึ่งคำพูดนี้ก็ทำให้ผู้คนรอบบริเวณพากันเงี่ยหูฟังด้วยความสนใจระคนใคร่รู้
“เพราะมูลเหล่านี้นำมาใช้เป็นปุ๋ยบำรุงดินทำให้พืชผักสามารถได้รับสารอาหารได้นะสิยิ่งตอนนี้เรื่องสำคัญที่สุดไม่ใช่เรื่องปากท้องหรอกหรือ เอาเป็นว่าหลังจากท่านพาข้ากลับจากด้านนอก362
ข้าจะเขียนอธิบายให้ท่านอ่านอย่างละเอียดก็แล้วกันตอนนี้พาข้าไปร้านอาหารขึ้นชื่อก่อน กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เข้าใจไหม”เด็กหญิงนำมือน้อยลูบท้องของตนอย่างน่าสงสาร