“ได้ข้าจะพาเจ้าไปกินหออาหารขึ้นชื่อของเมือง” เด็กชายผู้เป็นเจ้าบ้านยกยิ้มพูดอย่างมั่นใจ
แต่แล้ว “นี่คืออร่อยของท่านอีกทั้งยังขึ้นชื่อด้วยอย่างนั้นหรือ จานนี้มันเยิ้ม จานนี้เค็มปี๋ จานนี้นํ้าแกงใสไร้เครื่องปรุง ฮือ ๆข้าอยากกลับบ้าน” หนิงอันครํ่าครวญแต่ไร้ซึ่งนํ้าตา
‘เด็กน้อยเรากลับไปย่างหมู ย่างไก่นํ้าผึ้งกินกันเถอะ เจ้าอย่าลืมทำนํ้าแกงปลาให้ข้าด้วยนะ’ เต่าตัวน้อยผู้คาดหวังไว้สูงอยากจะหลั่งนํ้าตาเช่นกัน
แม้แต่เหลียนเซียวมู่ตงเองเขาก็ยังรู้สึกว่าไม่อร่อยเหมือนทุกครั้ง ดังนั้นเด็กชายจึงส่งสัญญาณให้หลินเจ๋เรียกเสี่ยวเอ้อเข้ามาสอบถาม
ชายหนุ่มแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสะอาดเดินเข้ามาด้วยเนื้อตัวสั่นเทา ก้มหน้าจรดอกของตนก่อนจะเหลือบมองเด็กหนุ่มกับเด็กหญิงด้านหน้าอย่างขลาดเขลา363
เด็กชายไม่รอช้าจึงได้ถามขึ้นทันที “เหตุใดอาหารของเจ้าจึงเป็นเช่นนี้” คำพูดของเหลียนเซียวมู่ตงทำให้ตัวของเสี่ยวเอ้อผู้นี้เนื้อตัวสั่นเทามากขึ้น“ระ…เรียนคุณชายพ่อครัวของร้านเพิ่งลาออกไปขอรับและผู้ที่ทำอาหารวันนี้คือพ่อครัวใหม่เขายังไม่ชำนาญงานมากนัก”
จบคำพูดนี้ทำให้เส้นข้างขมับของผู้ถามปูดโปน “พ่อครัวใหม่ยังไม่ชำนาญ ทว่าเจ้ากลับกล้าให้ทำอาหารเห็นที่ว่าเหลาอาหารแห่งนี้คงอยากปิดกิจการใช่หรือไม่” เด็กหนุ่มกัดฟันพูดขึ้นด้วยความโกรธ ซึ่งคำกล่าวนี้อันอันกับเต่าน้อยต่างก็เห็นด้วย
ในขณะที่เสี่ยวเอ้อตัวน้อยกำลังตกอยู่ในความลำบากก็ไ