ับไปอาบนํ้าก็ได้” ฮูหยินผู้เฒ่าหยูบ่นออกมายืดยาว
“ท่านย่าเจ้าคะ ข้ายังมีเรื่องต้องทำไหน ๆ ตัวก็เลอะแล้วถ้าอย่างนั้นข้าจะเก็บเจ้าตัวนี้ไปทำของอร่อยให้ท่านกินก็แล้วกันนะเจ้าคะ”146
ถ้อยคำประจบจากริมฝีปากเล็กของผู้เป็นหลานทำให้ย่าผู้ชราเส้นเลือดข้างขมับเต้นตุบ ๆ เลยทีเดียว
“หยูหนิงอัน เจ้ากำลังโต้เถียงกับย่าอย่างนั้นหรือ” หญิงชราเน้นเสียงทำให้อันอันสะดุ้ง
ทว่าเจ้าตัวก็ยังคงยิ้มประจบกล่าวต่อไป “ใครจะกล้าทำเช่นนั้นกับท่านย่าได้ละเจ้าคะ เพียงแต่หากท่านให้ข้ากลับไปล้างเนื้อล้างตัว ข้าคงไม่กล้าลงท้องนาไปจับเจ้าตัวนี่นะสิเจ้าคะ” คนตัวเล็กพยายามหาเหตุผลมาโน้มน้าว
“เจ้าไม่หนาว” คนแก่กว่าแย้งสีหน้าระคนอ่อนใจ ทว่าแววตากลับแฝงแววอ่อนโยน “ไม่เจ้าค่ะ” หนิงอันตอบทันควันด้วยรอยยิ้มกว้างเพราะรู้ดีว่าหญิงชราใจอ่อนแล้วนั่นเอง
ในขณะที่สองหญิงต่างวัยกำลังพูดคุยกันอยู่บรรดาเด็กในหมู่บ้านก็เริ่มทยอยกันเดินมาที่ทุ่งนาหลังจากเลิกเรียน
“น้องเล็ก” นํ้าเสียงอันสดใสร่าเริงโบกมือพลางวิ่งมาหาน้องสาวด้วยรอยยิ้มร่าเช่นเดียวกับเด็กชายเด็กหญิงอีกสองคนที่วิ่งตามติดกันมา147
อันอันหันไปทางต้นเสียง (ผู้ช่วยของข้ามาแล้ว) เจ้าตัวยิ้มแย้มในขณะคิดพลางวักมือเรียกพี่ทั้งสาม “พี่สี่ พี่สาม พี่มู่ตาน” เมื่อผู้เป็นย่าเห็นเด็กทั้งสาม นางก็รู้แล้วว่าคงไม่มีทางห้ามหลานของตนได้อย่างแน่นอน
“เอาล่ะหากเจ้าทำสิ่งใดเรียบร้อยก็รีบพากันไปล้าง