ดให้พวกเขาศึกษาโดยเปล่าแล้วจะเอาค่าหมึกกับตำรามาจากไหน” ชายผู้เป็นเศรษฐีเจ้าของร้านข้าวสารถามอย่างกังขาเนื่องจากเขากลัวว่าท่านเจ้าเมืองจะให้พวกเขาบริจาคเงิน“เรื่องนี้ไม่ยากนี่เจ้าค่ะ ข้าก็แค่ให้พวกเขาทำงานเพื่อเป็นค่าตำราค่าหมึกเหล่านั้นก็ได้แล้ว เมื่อมีใจอยากหาความรู้แต่ฐานะไม่อำนวย ในเมื่อมีแรงกายก็นำมาแลกเปลี่ยนก็สิ้นเรื่องอีกทั้งยังเป็นการฝึกฝนความอดทนระหว่างเรียนไปด้วย” จบคำพูดของเด็กหญิงทุกคนก็เข้าสู่ความเงียบก่อนที่จะมีผู้เอ่ยทำลายความเงียบนั้นออกมา18
“ท่านเจ้าเมืองเรื่องที่เด็กน้อยคนนี้พูดออกมาจริงหรือไม่ไม่ใช่ว่าในอนาคตท่านจะขอรับบริจาคจากพวกเราไม่ได้นะ”เศรษฐีชายวัยกลางคนรูปร่างเจ้าเนื้อถามยํ้ากับเจ้าเมืองเสียงหนักด้วยความกลัว
‘เด็กน้อยให้ข้าบอกเทพสายฟ้าผ่าหัวชายคนนี้ดีไหม คนอะไรเหตุใดจึงได้เห็นแก่ตัวเช่นนี้’ กุยเฮยพูดขึ้นอย่างโมโห
‘มันไม่ใช่ความผิดของเขาหรอกเฮยเฮยที่จะไม่ยอมเสียผลประโยชน์ของตนให้กับใคร ดังนั้นเจ้าจะไปโกรธเขาไม่ได้ เอาเป็นว่าเราแค่ยุ่งเรื่องของเราก็พอเจ้าไม่ต้องโกรธเข้าใจไหม’ หนิงอันอธิบายให้เต่าตัวน้อยฟังอย่างใจเย็น
หานกวงฮุยมองหน้าของผู้คนที่อยู่รายล้อมก่อนพูดขึ้นเสียงดัง “ข้ารับรองว่าไม่ว่าตอนนี้หรือในอนาคตสถานศึกษาไหลชุนจะไม่มีการเรียกเก็บเงินจากพวกท่านเด็ดขาดหากมีใครทำข้าจะลงโทษสถานหนักตามกฎเมือง”19
คำประกาศนี้ทำให้เหล่าคหบดี เศรษฐีทั้งหลายต่างพากันถอ