ชายหนุ่มทั้งสองนำพาความประหลาดใจมาให้กับอีกหลายคนทว่าไม่ใช่กับหูอิว หลังจากได้ยินแซ่ของชายคนนั้นดวงตาของเขาก็สว่างวาบเป็นประกาย
ก่อนที่เขาจะเดินมาประสานมือคารวะชายคนนี้อีกคนด้วยความเลื่อมใส “ข้าน้อยหูอิวขอคารวะอาจารย์ซุยขอรับ”
ชายชราผู้เป็นเจ้าของชื่อมองใบหน้าของเขาพร้อมกับถามออกมาอย่างรู้สึกสงสัย “ขออภัยเจ้าเป็นใครอย่างนั้นหรือ”นํ้าเสียงแหบแห้งทว่านุ่มนวลเอ่ยถามหูอิวออกมา
“ต้องขออภัยแล้ว ข้าน้อยเป็นเจ้าของร้านตำราบ้านหูมีนามว่าหูอิวขอรับซึ่งตำราเรียนในร้านของข้านั้นมากกว่าครึ่งได้มาจากท่านอาจารย์ทั้งสิ้น” หูอิวกล่าวแนะนำตัวสายตาของเขาเต็มไปด้วยความชื่นชมต่อชายชราเบื้องหน้า
ครั้นแล้วคราวนี้ความโกลาหลก็บังเกิดขึ้นเมื่อเหล่าคหบดีในเมืองรวมถึงพ่อค้าใหญ่ที่มักจะได้ยินอาจารย์ผู้สอนบุตรหลานของตนเคยกล่าวถึงอาจารย์แซ่ซุยมาบ้างว่าหากคนนี้ยอมมาสอนศิษย์ในสำนักศึกษา10
การที่ศิษย์เหล่านี้มีโอกาสจะสอบติดขุนนางนั้นย่อมมีโอกาสมากกว่าแปดส่วน แต่ท่านผู้นั้นมีนิสัยประหลาดหากไม่ถูกใจก็จะไม่สอนใครเช่นกันไม่ว่าใครจะเสนอเงินมากขนาดไหนก็ตาม
แล้วเหตุใดคนผู้นี้ถึงยอมมายังสำนักศึกษาที่เพิ่งเปิดภายในหมู่บ้านแสนกันดารแห่งนี้ได้หรือว่าเจ้าของร้านหูจะเข้าใจผิด
ท่ามกลางความสับสนของผู้คน ผู้เป็นหัวข้อของการสนทนาในบัดนี้ได้มายืนอยู่ต่อหน้าอาคารไม้สามชั้นซึ่งบริเวณโดยรอบเหมาะสมยิ่งแก่การเป็นสำนักศึกษาเพราะเป็นสถานที