งผึ้งที่มาใหม่คุยกันเจ้าค่ะว่าอพยพมาจากป่าทางฝั่งตะวันออกซึ่งบริเวณป่าแถบนั้นมีหมีตาบอดฉงต้าจึงคิดว่าเป็นสามีของตนดังนั้นข้าจึงได้บอกนางว่าขอมาปรึกษากับพวกท่านก่อนค่อยออกไปตามหา เนื่องจากป่าแห่งนั้นติดกับนํ้าเค็มอีกทั้งยังต้องเดินทางผ่านเจ้าลายข้าคิดว่าเจ้าลายที่ผึ้งพูดถึงน่าจะหมายถึงเสือ” อันอันสบตาเล่าสิ่งที่ตนรู้ออกมาทั้งหมดอย่างไม่ปิดบัง610
“เสือ!” คนทั้งห้าตะโกนขึ้นเสียงดังอย่างพร้อมเพรียง
หนิงอันจึงพยักหน้าขึ้นลงบิดมือของตนไปมา และก็ได้ยินเสียงถอนหายใจจากสองในห้านั้นก็คือพ่อของตนกับอาจารย์หนุ่ม
“ข้าจะพาเจ้าไปเอง” ยงเผยเปิดปากพูด ซึ่งหยูเจียงได้แต่มองเขาอย่างขอบคุณ ฉู่เกอรู้สึกประหลาดใจเนื่องจากคิดว่าพ่อกับยงเผยจะปฏิเสธ “เจ้าไม่ห้ามหรือ” สีหน้าของชายชราแฝงไปด้วยความสงสัยระคนใคร่รู้
“ไม่ขอรับ เพราะห้ามนางก็หาทางไปเองอยู่ดี” ยงเผยเป็นคนตอบ ซึ่งคำพูดนี้ ทำให้ชายชรายิ่งมีความมึนงงมากกว่าเดิม
“ข้าจะเล่าให้ท่านฟังเองขอรับ ว่าเหตุใดทำไมพวกข้าถึงไม่ห้ามนางเรื่องมันเป็นอย่างนี้…..” หยูเจียงถ่ายทอดวีรกรรมของบุตรสาวตัวน้อยออกมาอย่างละเอียด
“เจ้าคงไม่ได้ล้อข้าเล่นกระมั้ง นางเพิ่งจะสี่ขวบเองไม่ใช่หรือ เหตุใดถึงได้แสบมากขนาดนี้” ฉู่เกอย้อนถามพลางชำเลืองมองศิษย์ตัวน้อยที่ยืนทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมหลังได้ยินเรื่องของตน611
คนทั้งหมดทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างพยักหน้าเป็นการยืนยัน“เจ้าเป็นตัวประหลาดจริงเ