ชาวบ้านเหล่านั้นก็หันมายิ้มให้กับพวกเขาเช่นเดียวกัน
ทันทีที่ฉงต้าผู้เพิ่งเดินออกมาจากถํ้าเห็นเด็กหญิงเจ้าตัวใหญ่ก็ปรี่เข้ามาหาอย่างดีใจเช่นเดียวกับลูกน้อยอีกสองตัวมู่ตานได้แต่เบิกตากว้างอยากตกใจ แม้จะหวาดกลัวแต่นางก็รีบเอาตัวมายืนขวางร่างเล็กของอันอันอย่างรวดเร็ว
“คุณหนูหนีไปเจ้าค่ะ ข้าจะล่อมันไปทางอื่นเอง” นํ้าเสียงอันตื่นตระหนกดังออกมาจากริมฝีปากของเจ้าตัว
ชาวบ้านกำลังจะเอ่ยปากปลอบนางก็พอดีกับเสียงของอันอันดังขึ้นมาก่อน “พี่สาวมู่ตานไม่ต้องกลัวหมีสามตัวนี้เป็น381
สหายของข้าเองเจ้าค่ะ” หนิงอันยกมือเล็กแตะบ่าอันสั่นเทาของคนตรงหน้าพูดเสียงอ่อน
“คุณหนูว่าอะไรนะเจ้าคะ สหายอย่างนั้นหรือ” มู่ตานลืมตาขึ้นหันหัวเล็ก ๆ ไปถามผู้ที่เดินมาด้านข้างอย่างตกใจ
“อืม ข้าจะแนะนำให้รู้จัก ตัวใหญ่เป็นแม่หมีชื่อฉงต้า ตัวนี้มีจุดขาวบนหน้าผากชื่อฉงเหมา ส่วนเจ้าตัวนี้ขี้อ้อนสุด ๆ ชื่อฉงซาน” อันอันพูดในระหว่างที่ยกมือลูบหัวหมีตัวเท่ากัน
“ขะ..ข้าไม่อยากเชื่อเลยว่ามันจะเชื่องเช่นนี้” มู่ตานพูดเสียงสั่นพร้อมกับนั่งคุกเข่าลงกับพื้นเนื่องจากนางกลัวมากจนเข่าอ่อนนั่นเอง
“พี่สาว” ทั้งอานเจิงและยงฮ่าวต่างรีบเข้าไปช่วยพยุงนางพร้อมกัน “ขะ..ขอบคุณเจ้าค่ะ” หนิงอันเองก็กำลังจะเข้าไปช่วยแต่เนื่องจากฉงซานนั่งขวางหน้าอยู่ทำให้ไม่สามารถผ่านออกไปได้หมีตัวเล็กนั่งจ้องหน้านางทำลิ้นห้อย
“ฉงซานเห็นหรือไม่เจ้าทำอะไรลงไป” อันอันชี