่ยงไร”หยูเจียงพูดขึ้นอย่างดีใจ ก่อนถามบุตรสาวออกมาอย่างสงสัยไปพร้อมกัน
“พอดีว่าเขาเห็นพวกข้ามีแต่เด็กก็เลยไถ่ถามว่าบ้านอยู่ที่ไหนชื่อแซ่อะไรเจ้าค่ะ เมื่อเขาได้ยินแซ่ของข้าก็เลยถามถึงท่านออกมา อีกทั้งในวันพรุ่งเขายังบอกอีกว่าจะมาหาท่านด้วยนะเจ้าคะ” คำพูดของเด็กหญิงทำให้หยูเจียงมีคำถามขึ้นอีก
“พี่ฮุยจะมาหาพ่อด้วยเรื่องอะไร เจ้าพอจะรู้ไหม” ผู้เป็นพ่อเอ่ยถามอย่างมึนงง
“เรื่องนํ้าเจ้าค่ะ เนื่องจากในเมืองได้เกิดภาวะขาดแคลนนํ้าอย่างหนัก ท่านพ่อก็ลองคิดหาวิธีดูนะเจ้าคะว่าควรแก้ปัญหาอย่างไร ไม่แน่ว่าหากท่านแก้ได้สิ่งดี ๆ อาจตามมา” คำพูดอันแฝงไว้ด้วยเลศนัยของบุตรสาวทำให้หยูเจียงเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง
แม้แต่อานไท่เองก็ยังเข้าใจความหมายนี้ “นับว่าเป็นเรื่องดีกับเจ้า ว่าแต่คนผู้นั้นเป็นใคร ข้าจะได้เตรียมตัวต้อนรับเขาได้ถูก” อานไท่กล่าวยินดีออกมาพร้อมกับถามออกมาอย่างกังวล287
“เป็นท่านเจ้าเมืองคนใหม่เจ้าค่ะ” คำพูดนี้ของหนิงอันทำให้อานไท่หน้าซีดเผือดขึ้นทันที“จะ..เจ้าเมืองอย่างนั้นเหรอ แล้วข้าจะต้อนรับเขาอย่างไรละ หมู่บ้านของเรายากจนขนาดนี้” ชายวัยกลางคนพูดขึ้นอย่างลนลาน“ท่านอาขอรับใจเย็นลงก่อนเถอะ สหายรุ่นพี่ของข้าคนนี้เป็นคนเรียบง่ายไม่ชอบพิธีรีตองท่านไม่ต้องกังวลไปหรอก” หยูเจียงกล่าวปลอบ“แม้จะเรียบง่ายก็เถอะ แต่ยังไงก็ควรมีอาหารไม่ใช่หรือไม่ได้การ ข้าจะต้องให้คนไปซื้อเนื้อมาเพื่อต้อนรับเขา” อานไท่