รยาของสตรีแก่เจ้า” จือฉีกล่าวตะกุกตะกักใบหน้าแดงกํ่าตัดกับผิวขาวของเจ้าตัวไปจนถึงใบหู
“ชะ…ใช่เรื่องนี้ข้าเองก็สนับสนุนความคิดของพี่ใหญ่ จะ…เจ้ารีบเก็บเงินไปเสีย” มู่เทาผู้เขินอายไม่แพ้ศิษย์พี่ใหญ่ก็กล่าวติดขัดออกมาเช่นเดียวกัน
อันอันมองเด็กชายทั้งสองแววตาขบขันระคนเอ็นดู ‘พวกเขาช่างใส่ซื่อ ดูไปดูมาก็น่ารักดี’ แม้พวกเขาจะพูดออกมาอย่างนี้แต่มีหรืออันอันผู้ดื้อรั้นจะยอมแพ้
“ท่านลองฟังข้าดูอีกครั้ง หลังจากนั้นข้าจะยอมแพ้หากว่าพี่ทั้งสองไม่ยอมรับเงินจำนวนนี้ประการที่หนึ่งทุกวันนี้ท่านยังหาเงินเองไม่ได้ ดังนั้นสมควรอย่างยิ่งจะต้องมีทุน เผื่อว่าเกิดท่านทั้งสองอยากเริ่มทำอะไรเพื่อเป็นการสร้างฐานะ270
ประการที่สอง ทุกวันนี้พี่สองคนอาศัยกินอยู่กับอาจารย์ แต่ท่านจะอยู่แบบนี้ไปตลอดชีวิตไม่ได้อย่างแน่นอนเพราะถึงอย่างไรสักวันพวกท่านก็จะต้องมีครอบครัว ข้าเห็นสมควรอย่างยิ่งว่าไม่ว่าจะยังไงก็ตามคนเราจำเป็นต้องมีสี่พื้นฐานสำหรับการดำรงชีวิตแม้ว่าตอนนี้ท่านอาจคิดว่าตนอายุยังน้อยยังมีเวลาหาเงินได้ แต่ข้าอยากให้พวกท่านคิดอีกแบบในเมื่ออายุน้อยหากเริ่มเร็วกว่าคนอื่นก็จะสบายกว่าคนอื่น เอาล่ะข้าพูดจบแล้ว” คำพูดของเด็กหญิงทำให้เด็กชายทั้งสองต่างมองหน้ากันจากนั้นก็ถอนหายใจออกมา
“น้องเล็กคนดีสิ่งที่เจ้ากล่าวมา พี่ใหญ่ย่อมเข้าใจเจตนาของเจ้า แต่จะให้พี่รับเงินจำนวนมากนี้มาโดยเปล่า ก็ไม่ใช่สิ่งที่พี่จะทำได้ เอาอย่