งใด นอกจากมือขาว
ภายใต้ฮู้ดกว้าง ดวงตาเรียวรีของชายหนุ่มฉายแววดุร้าย “เธอนี่มันสมควรตายจริง ๆ!”
ทันใดนั้นโซ่ทมิฬซึ่งลอยขึ้นไปในอากาศ ก็มุ่งตรงไปที่หัวใจของเฝ่ยไป๋ลู่ดุจลูกศร
เฝ่ยไป๋ลู่หลบไปด้านข้างอย่างว่องไว ทำให้โซ่ทมิฬพุ่งใส่ต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกล จนต้นไม้หนาหักโค่นลง
เฝ่ยไป๋ลู่กลอกตา กลิ่นคาวเลือดรุนแรงฉุนจมูก กลิ่นคาวเลือดนี้มาจากความคั่งแค้นของวิญญาณสิ่งมีชีวิตที่ล้มตายอย่างไม่เต็มใจ
มีบางอย่างผิดปกติ!
ทั้งที่สู้กันอยู่บนภูเขา แต่กลับไม่ได้ยินเสียงสัตว์วิ่งเอาชีวิตรอดด้วยความตื่นตระหนก แม้แต่เสียงนกก็เงียบอย่างน่าขนลุก
สีหน้าของเฝ่ยไป๋ลู่พลันเปลี่ยนยามจ้องมองไปที่ฉีหง “นายฆ่าสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในภูเขานี้หรือเปล่า?”
“สิ่งมีชีวิตเหรอ มันก็เป็นได้แค่อาหารนี่” ฉีหงลูบโซ่ทมิฬด้วยความรัก
มือสีขาวเรียวตัดกันอย่างชัดเจนกับโซ่ที่เย็นชาและมืดมน
เขาใช้เลือดหล่อเลี้ยงอาวุธ
การปลูกฝังสัญชาตญาณกระหายเลือดและทำให้อยู่ยงคงกระพัน มีเพียงแต่ต้องเข่นฆ่าและดื่มโลหิตของสิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนเข้าไป
มิน่า พลังของโซ่ทมิฬถึงเต็มไปด้วยความชั่วร้ายและความขุ่นเคือง
อีตานี่บ้าไปแล้ว!
ดวงตาของเฝ่ยไป๋ลู่เย็นเยียบ เป็นครั้งแรกที่พลังในร่างกายถูกเปิดเผย
ปราณหยินที่อยู่รอบ ๆ ล้วนถูกพลังที่มองไม่เห็นทำลายสิ้น
“เป็นพลังที่บริสุทธิ์มาก…” แม้กล่าวเช่นนั้น แต่แววตาของฉีหงกลับไร้อารมณ์แปลกใจโดยสิ้นเชิง
เขาเฝ้าดูพลังของเ