ศีรษะก็เบาบาง แต่ดวงตาสีดำคู่นั้นกลับเด่นสะดุดตาและดูลึกลับอย่างบอกไม่ถูก
ลมหายใจของฉีหงชะงักด้วยความมึนงง
หลังจากเขาคืนสติ จู่ ๆ เขาก็เกิดความคิดที่จะคว้านดวงตาคู่นั้นเสีย!
กานว่างตกใจไม่แพ้กัน
ในสายตาของเขา เฝ่ยไป๋ลู่ยังคงเป็นเด็กน้อยผู้เพิ่งเข้าสู่เส้นทางเต๋า
คิดว่าอีกฝ่ายรู้เพียงศาสตร์โหงวเฮ้ง ไม่สันทัดการใช้วรยุทธ์
ทว่าใครจะคาดคิด เฝ่ยไป๋ลู่ใช้วิชาข้ามท้องฟ้าได้ ทั้งที่วิชาข้ามท้องฟ้าต้องเป็นผู้ที่บรรลุวิชายุทธ์ขั้นสูงอย่างอาจารย์ของเขาถึงจะใช้ได้แท้ ๆ
“นี่คุณ…” ดวงตาของกานว่างเบิกกว้าง เขากำลังจะพูดอะไรบ่างอย่าง ทว่าเฝ่ยไป๋ลู่กลับมองเขาอย่างไม่แยแส
วินาทีต่อมา เฝ่ยไป๋ลู่ก็สับสันมือลง ทำให้กานว่างหมดสติไป
ทำให้เป็นลมเสียดีกว่า การรู้มากไปไม่เกิดประโยชน์ต่อเขาหรอก…
เฝ่ยไป๋ลู่ลากร่างของกานว่างไปไว้ข้าง ๆ แล้วยกเจ้างูน้อยออกจากข้อมือ “ปกป้องเขา อย่าทำให้ฉันเสียสมาธิ”
งูน้อยพยักหน้า
เฝ่ยไป๋ลู่ยืดตัวขึ้น มองฉีหง
“เธอชื่ออะไร” ฉีหงถาม ทั้ง ๆ ที่มีผู้มากฝีมืออยู่ในเมืองเจียงแบบนี้ แต่ทำไมเขาถึงไม่เคยรู้มาก่อนเลย
บัดนี้โซ่ทมิฬสองเส้นลอยตัวในอากาศ ปลายคมกริบจ่อหาเฝ่ยไป๋ลู่ราวกับว่าหากไม่ได้คำตอบที่น่าพอใจ พวกมันจะทะลวงร่างเธอให้พรุน
เฝ่ยไป๋ลู่ตีสีหน้าเย็นชา พร้อมกล่าวเสียงดังฟังชัด “หนูที่ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ ไม่สมควรรู้ชื่อฉัน”
ชุดคลุมสีดำบนร่างของฉีหงเองก็เป็นอาวุธไสยเวท เขาไม่เปิดเผยสิ่