่อน
มันกังวลและต้องการช่วยเธอ เฝ่ยไป๋ลู่ซึ่งหลบโซ่ทมิฬที่คุกคามชีวิตอยู่ พลันสังเกตเห็นเจตนาของงูตัวน้อย แล้วตะโกนใส่มันเสียงดังว่า “อย่าเข้ามา เฝ้าดูกานว่างไว้ แล้วหาโอกาสพาเขาหนีไป!”
งูน้อยส่งเสียงรับคำอย่างไม่เต็มใจ
“อาฮะ ช่างน่าประทับใจเหลือเกินที่พวกนักพรตผู้ชอบธรรมเสียสละตัวเองเพื่อช่วยผู้อื่น” ฉีหงปรบมือด้วยความชื่นชม น้ำเสียงของเขาฟังดูซาบซึ้ง
ทว่าดวงตากลับน่ากลัวและมืดมน
สิ่งที่เขาเกลียดที่สุดคือคนอย่างเธอ
เกลียดมากเสียจนอยากจะฆ่าคนพวกนี้ให้หมด!
ดวงตาของฉีหงเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม เขายกมือขึ้นและเรียกโซ่ทมิฬสามเส้นอีกครั้ง
เมื่อขาดแคลนปราณวิญญาณอย่างรุนแรง สีหน้าของเฝ่ยไป๋ลู่จึงซีดเผือด
ครั้นเห็นโซ่ทมิฬทั้งหกสายโจมตีเข้ามา เฝ่ยไป๋ลู่ก็หมดแรงที่จะหลบหลีก
โซ่ทมิฬซึ่งคุกคามถึงชีวิตก็ฉวยโอกาสนี้ทะลวงหัวใจเธอทันที
ดวงตาสีดำซึ่งดูสิ้นหวังของเฝ่ยไป๋ลู่ทำให้ฉีหงหัวเราะเสียยกใหญ่
เขาร่ายอาคม ในใจแทบรอไม่ไหวที่จะได้เห็นเฝ่ยไป๋ลู่ถูกสูบเลือดเนื้อ
ทว่าการตอบสนองจากโซ่ทมิฬทำให้รอยยิ้มของฉีหงหยุดชะงัก
“เกิดอะไรขึ้น?” ฉีหงขมวดคิ้ว มองเฝ่ยไป๋ลู่อีกครั้ง เขาเอื้อมมือออกไป แต่กลับคว้าได้แต่อากาศ ทำให้ใบหน้าของเขาดูน่าเกลียดทันที
ด้วยสิ่งที่โซ่ทมิฬโจมตีไม่ใช่ไป๋ลู่ แต่คือคนกระดาษ!
“สมควรตาย!” ฉีหงฉีกคนกระดาษเป็นชิ้น ๆ
“นายนั่นแหละที่สมควรตาย” เพียงสิ้นเสียง เฝ่ยไป่ลู่ก็กระโจนมาทางข้างหลังเขา