เหล่าผู้ใช้คุณไสยล้วนแต่มีความชำนาญเฉพาะด้าน และหายากที่บุคคลใดจะรอบรู้ศาสตร์ทุกแขนง
ฉีหงทรงพลังเพราะเขาสามารถควบคุมปราณหยินได้ กระทั่งสร้างโซ่ทมิฬซึ่งคุกคามถึงชีวิตด้วยเข็มทิศได้จากระยะไกล
ในขณะเดียวกัน จุดอ่อนของเขาก็เผยชัด นั่นคือไม่สามารถต่อสู้ระยะประชิดได้
เขาจึงใช้ชุดคลุมสีดำปกป้องร่างกายไว้
ขณะเฝ่ยไป๋ลู่หลบการโจมตีของโซ่ทมิฬ เธอก็จับตาดูฉีหงด้วยดวงตาหยินหยาง กระทั่งมองเห็นจุดอ่อนบนร่างกายนั้น ซึ่งนั่นก็คือ สะโพก
ตอนนี้เอง…
เฝ่ยไป๋ลู่หรี่ตา หญิงสาวยกขาขึ้น เตะเข้าที่เอวของฉีหงด้วยกำลังทั้งหมดของเธอ
ด้วยฉีหงไม่ทันระวังตัว เมื่อถูกเฝ่ยไป๋ลู่เตะ เขาก็กระเด็น จนไปกระแทกต้นไม้อย่างแรง
ด้วยแรงกระแทกนี้ ชุดลงอาคมได้รับความเสียหายทันที ทำให้ร่างของฉีหงบาดเจ็บสาหัส
“แค่ก ๆ” เขากุมหน้าอก พลางพยายามลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่เฝ่ยไป๋ลู่อย่างมุ่งร้าย
เฝ่ยไป๋ลู่สบตากับฉีหงอย่างใจเย็น
ขณะนั้นเอง เจ้างูน้อยก็เลื้อยขึ้นไปบนบ่าของเฝ่ยไป๋ลู่ ท่าทางของมันไม่ได้ดูวิตกกังวลอย่างตอนแรก ทั้งยังสะบัดหางไปมาราวผู้กำชัย
เฝ่ยไป๋ลู่ลูบหัวมันเบา ๆ
เรื่องทักษะการแสดง ต้องยกให้มันจริง ๆ
เมื่อประสบกับศึกขนาดย่อมนี้ ฉีหงจะไม่เข้าใจได้อย่างไรว่าตนประเมินคู่ต่อสู้ต่ำไป
เขาหายใจเข้าลึก ๆ สงบสติอารมณ์ ทันใดก็ร่ายอาคมเงียบ ๆ ทว่า…เข็มทิศและโซ่ทมิฬกลับไม่ตอบสนอง
หัวใจของฉีหงดิ่งวูบ “เธอทำอะไรลง