งยิ่งนัก!”
เห็นได้ชัดว่ากระทั่งบุคคลระดับนี้ยังตกใจเมื่อทราบว่ามีใครสักคนในขั้นกลางระดับเขตแดนสร้างสมบัติลับได้
“หากเจ้านี่มิใช่ทายาทตระกูลอวิ๋น ก็อาจได้มรดกตระกูลอวิ๋นไปหาไม่คงไม่มีทางมีวิชาหลอมอาวุธระดับสูงเพียงนี้ และอาวุธวิเศษที่สร้างก็ไม่มีทางเหมือนอาวุธวิเศษตระกูลอวิ๋นได้ขนาดนี้ด้วย”
เมื่อได้ยินวาทะปู่ตน หม่าคั่วก็พูดอย่างตื่นเต้น “ท่านปู่รีบมาเถอะจับเจ้านี่แล้วถามเรื่องมรดกตระกูลอวิ๋นกัน!”
“พูดอะไรมีสติหน่อย! ข้าเป็นปรมาจารย์เซียนนักหลอมอาวุธชั้นนำนะ ให้ไปจับเจ้าคนที่เซียนยังไม่บรรลุน่ะหรือ? เจ้าเอาหน้าข้าไปไว้ไหน? นอกจากนั้น ต่อให้อีกฝ่ายมีมรดกจริง ก็อาจไม่ระดับสูงนัก
หากเป็นมรดกระดับสูงจริง ๆ มีหรือจะมากราบสวะอย่างเซี่ยเปิ่นจวินเป็นอาจารย์?”
ปู่ของหม่าคั่วตำหนิ “เจ้าจะเป็นเซียนอยู่แล้ว จากนี้ก็ทำอะไรให้มันมั่นคงหน่อย อย่าทำให้เราโถงศัสตราเสินเชวียเสียหน้า ว่าง ๆ จะศึกษาการหลอมอาวุธก็ได้ เส้นทางการหลอมอาวุธนั้นกว้างใหญ่ลึกล ้า…”
หม่าคั่วไม่คิดฟังปู่ตนเทศนา รีบตัดการติดต่อยันต์สื่อสารไป
สายตาของหม่าคั่วมองร้านค้าสำนักร้อยศาสตราตรงหน้าอย่างโหยหา
เขาอยากได้มรดกตระกูลอวิ๋น
แม้โถงศัสตราเสินเชวียของพวกเขาจะมีสถานะสูงยิ่งในภพเซียนแต่ก็ยังห่างไกลจากตระกูลอวิ๋นในอดีต
หากพูดกันตรง ๆ เทียบสองฝ่ายแล้ว วิชาหลอมอาวุธของพวกเขาโถงศัสตราเสินเชวียช่างเล็กจ้อยเกินเหลียวแล
หาก ‘ปัวซือ’ ผู้นี้ม