“แต่ว่าไป เจ้ามีฝีมือขนาดนี้มากราบข้าเป็นอาจารย์ได้อย่างไร?”
เขารู้ระดับตัวเองดี ในหมู่ปรมาจารย์เซียนนักหลอมอาวุธของสำนักร้อยศาสตรา เขาเป็นเพียงตัวตนปลายแถว แต่ศิษย์ตรงหน้าเขาผู้นี้พรสวรรค์ล ้าเลิศยิ่ง กระทั่งสมบัติลับยังหลอมได้
พรสวรรค์เช่นนี้ ต่อให้ไปอยู่ในสำนักร้อยศาสตรา ก็ยังเป็นระดับหัวกะทิ
อีกฝ่ายกราบอาจารย์ได้กระทั่งกับปรมาจารย์เซียนสวรรค์ แต่กลับมาเลือกเขา ทำให้เขาสงสัยว่าอีกฝ่ายมีแผนการอะไรอยู่
เมื่อเผชิญคำถามนี้ เจียงผิงอันหาได้ลนลาน เขาคิดเหตุผลรอไว้แล้ว
“เรียนอาจารย์ ก่อนหน้านี้ข้าไม่เคยได้ยินชื่อเสียงของท่านทราบเพียงว่าท่านเป็นปรมาจารย์เซียนผู้หนึ่งจากสำนักร้อยศาสตราเลยคิดพึ่งบารมีสำนักร้อยศาสตรา ภายหลังได้เข้าใจก็นึกเสียใจ แต่ข้าเป็นคนยึดมั่นในจารีตและเด็ดขาดความคิดเดียว ในเมื่อกราบท่านเป็นอาจารย์แล้ว จะให้หนีไปกราบอาจารย์อื่น ข้าก็เหมือนเนรคุณ”
“หากอาจารย์เต็มใจรับศิษย์ ศิษย์ก็เต็มใจยอมรับอาจารย์ หากอาจารย์คิดว่าความสัมพันธ์ศิษย์อาจารย์ควรยุติที่นี่ ข้าก็หวังว่าอาจารย์จะช่วยแนะนำผู้อาวุโสจากสำนักร้อยศาสตราให้ด้วย”
คำตอบนี้ทำให้เซี่ยเปิ่นจวินรู้สึกเหมือนฝัน แต่ก็พูดไม่ออกว่าผิดตรงไหน
เขาสงสัยว่าเจ้าเด็กตรงหน้าจะมีเจตนาแฝง
แต่เขามีอะไรควรค่าให้อีกฝ่ายอยากได้เล่า?
แบบร่างศาสตรามาร?
แบบร่างนี้ เขารู้อยู่คนเดียวว่ามี เจ้าเด็กนี่จะรู้ได้อย่างไร
นอกจากนั้น เด็กนี่ยังมาฝากตั