ายเกินไป แม่บ้านคนนั้นจะถูกฆ่าปิดปาก และเวินสือเหนียนจะไม่ได้รับอายุขัยแปดเดือนที่ถูกยืมไปคืนมา
เวินสือเหนียนเองก็รู้ถึงความร้ายแรงในเรื่องนี้ ไม่ได้ผ่อนคลายต่อหน้าเฝ่ยไป๋ลู่เหมือนก่อนหน้านี้แล้ว
เวินสือเหนียนจากเมืองหลวงมาที่เมืองเจียง จึงไม่ได้พาผู้คนรอบกายมาด้วยมากนัก
ป้าฟางแม่บ้านคนนี้ เฉิงจื้อโหยวเลขาใหญ่ในเมืองเจียงเป็นผู้คัดเลือกมา โดยปกติแล้วเธอมีหน้าที่แค่ทำความสะอาดวิลล่าเท่านั้น เวินสือเหนียนประทับใจที่เธอเป็นคนระมัดระวังและรอบคอบ มองเขาเหมือนหนูมองแมวและมักจะหลบเลี่ยงเขา
ตามที่เวินสือเหนียนอธิบาย ป้าฟางมีนิสัยขี้กลัวเหมือนหนู ไม่น่าจะกล้าเป็นคนคิดลงมือทำด้วยตนเองถึงจะถูก เฝ่ยไป๋ลู่ถามกลับ “ทำไมคุณถึงแน่ใจว่าเธอเป็นคนทำล่ะคะ?”
ที่จริงแล้วเวินสือเหนียนไม่อยากพูดออกมาเพื่อทำให้เฝ่ยไป๋ลู่หัวเราะเยาะเขา แต่เมื่อเขาสบตากับดวงตาที่ฉลาดหลักแหลมของเฝ่ยไป๋ลู่ เขาก็ถอนหายใจแล้วพูดตามความจริงว่า “เธอเรียนมาไม่สูง ตัวหนังสือบิด ๆ เบี้ยว ๆ เหมือนกับลายมือในกระดาษโน้ต นอกจากนั้นเมื่อวานนี้เธอยังทำชามแตกโดยไม่ตั้งใจแล้วใช้เป็นข้ออ้างว่าต้องการชดใช้ให้ผมเป็นเงินสดสามร้อยหยวน”
“ผมไม่ได้ต้องการเลย แต่เธอทั้งคุกเข่าทั้งขอร้อง คิดว่าถ้าผมไม่รับเงิน เธอจะโดนไล่ออก เธอบอกว่าตัวเองมีหลานชายป่วยหนักและจะตกงานไม่ได้ ดังนั้นเงินสามร้อยหยวนนี่…”
เวินสือเหนียนคิดไม่ถึงว่าความเห็นอกเห็นใจชั่วขณะหนึ่