องจักรวำลอันมืดหมองจนสว่ำงไสว ปรำณเซียนและปรำณปีศำจปะทะปะปน กฎฟ้ำดินสะท้ำนเคลื่อนโคลงดวงดำวรำยล้อมสลำยหำยในพริบตำ
ผู้ฝึกตนและเหล่ำปีศำจซึ่งโถมทะยำนเป็นทัพหน้ำระเบิดเป็นหมอกโลหิต ประหนึ่งเนื้อถูกบดป่น ตัวตนแล้วตัวตนเล่ำถูกฉีกกราชำก
เพียงไม่กี่อึดใจ ซำกศพก็เกลื่อนไปทั่วจักรวำล โลหิตเจิ่งนองเป็นสมุทร กลิ่นคำวคลุ้งเต็มสองรูนำสิก
ผู้ฝึกตนจ ำนวนมำกที่เข้ำร่วมสมรภูมิจ ำลองกลำยเป็นล ำแสง ถูกเคลื่อนย้ำยออกไป
“เวร! มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย ข้ำยังไม่ทันท ำอะไรก็ตำยแล้ว!”
“น่ำกลัวเกินไปแล้ว สงครำมแบบนี้ใครมันจะไปอยู่รอดได้ฟะ”
“ข้ำอยำกหนีไปหำที่ซ่อน แต่ผู้ตรวจกำรข้ำงหลังจับได้แล้วฆ่ำข้ำตำย!”
สีหน้ำคนเหล่ำนั้นสุดแสนพรั่นพรึง ร่ำงของพวกเขำยังสั่นเทิ้มเกินควบคุม
มีเพียงยำมไปยืนในสมรภูมิจึงเข้ำใจควำมน่ำกลัวของสงครำมขณะนั้นในใจจะมีเพียงควำมรู้สึกเดียว: สิ้นหวัง
“เรำถูกเคลื่อนย้ำยกลับมำ หมำยควำมว่ำเรำเสียโอกำสขึ้นสู่ชั้นเจ็ดกันแล้วหรือ?”
ใครบำงคนพูดด้วยใบหน้ำง ้ำงอ
นอกจำกประตูทั้งสอง ไร้ทำงใดขึ้นสู่ชั้นเจ็ดได้เลย
บำงที พวกเขำอำจต้องอยู่ในสมรภูมิจ ำลองให้ได้ระยะหนึ่งก่อนพวกเขำจึงมีโอกำสไปสู่ชั้นเจ็ด แต่พวกเขำไม่มีโอกำสนี้แล้ว
“หำกจะขึ้นชั้นเจ็ดต้องอยู่รอดให้ได้ชั่วระยะหนึ่งจริง ๆ ก็ไม่มีใครขึ้นไปได้แล้วล่ะ” ใครบำงคนปริปำก
พวกเขำไม่เชื่อว่ำจะมีใครอยู่รอดได้ในศึกอันน่ำสะพรึงกลัวเช่นนี้ อย่ำว่ำแต่สิบปี ปีเดี