เจียงผิงอันที่ฐานรูปสลักคิดรอเติ้งเส้าสี่และคณะเพื่อขึ้นชั้นห้าด้วยกัน
ทว่า ยามเขายืนหน้ารูปสลัก แทบไร้ผู้ใดขยับตัว พวกเขาทำเพียงจ้องตรงมา สายตาพิกลอย่างยิ่ง
เนิ่นนานจากนั้น เจียงผิงอันจึงตระหนักว่าเหตุใดคนเหล่านี้จึงไม่ขยับ
เขายืนอยู่หน้ารูปสลัก หากคนเหล่านี้ยังคุกเข่าโขกหัว ก็จะเหมือนพวกเขาโขกหัวให้เจียงผิงอัน
คนเหล่านี้ยังรับได้หากต้องโขกหัวให้เซียนชั้นผู้นำ แต่มิอาจทนโขกหัวให้ผู้มีขอบเขตต ่ากว่าตนได้
“เช่นนั้น ข้าจะไปรอที่ชั้นห้านะ”
เจียงผิงอันทิ้งวาจาให้คนจากคณะเลือดเหล็ก แล้วเหินสู่ทางเข้าชั้นห้า
เมื่อเห็นเขาลับตา คนอื่น ๆ ก็คุกเข่าโขกหัว เร่งรุดเข้ามาอีกครั้ง
เจียงผิงอันเข้าสู่ชั้นห้า พบกับอาคารตระหง่านเรียงรายเป็นทิวแถว
อาคารเหล่านี้ดูคลับคล้ายคลังสมบัติ มีอักขระค่ายกลเรืองรองคุ้มกัน
ผู้ฝึกตนยี่สิบสามสิบคนกำลังถอดรหัส โจมตีค่ายกลรอบอาคารเหล่านี้ เกิดเป็นเสียงอึกทึกดังสนั่น
คลังสองแห่งถูกเปิดแล้ว เห็นได้ชัดว่าทรัพยากรข้างในถูกกวาดเกลี้ยง
หัวใจของเจียงผิงอันเต้นระทึก คนเหล่านี้ระห ่านัก ข้างในคลังน่าจะมีอาวุธวิเศษและทรัพยากรมากมาย
จิตสัมผัสสายแล้วสายเล่ากระทบตัวเจียงผิงอัน ยอดฝีมือบนชั้นห้าสังเกตเห็นเขาแล้ว
“มีคนมา!”
“แค่ผู้ฝึกตนขั้นกลางระดับเขตแดน ไม่ต้องสนใจ รีบทะลวงค่ายกลเสีย น่าจะมีผู้ฝึกตนตามมาอีก!””
คนเหล่านี้ไม่สนใจเจียงผิงอันสักนิด ในสายตาพวกเขา ผู้ฝึกตนระดับนี้มิอาจเ