ผู้คนติดที่ทางเข้าชั้นสี่ มองรูปสลักศิลาไร้หัวตรงหน้า ไร้ผู้ใดกล้าเดินเข้าไป
“ข้าไม่คิดว่าต้องคลานเข่าโขกหัวเพื่อผ่านเสมอไป ขอเพียงร่างกายและพลังใจถึงขีดกำจัดของขอบเขตก็ฝ่าเข้าไปได้แหละ” ผู้ฝึกตนคนหนึ่งเอ่ย
“ต้องให้เจ้าเพ้อเจ้อหรือ?”
ปวงชนชำเลืองผู้ฝึกตนเหลวไหลคนนี้ ใครบ้างไม่รู้ว่าหากทนได้ก็ฝ่าไหว ปัญหาอยู่ตรงที่พวกเขาทนไม่ได้ต่างหาก
ตุ้บ!
ชายชุดม่วงคนหนึ่งพลันคุกเข่าลงกับพื้น ยกมือขึ้นทรุดลงโขกหัว “ราชินีปีศาจจงเจริญ เป็นที่คารวะตราบนาน”
เมื่อเห็นการกระทำของคนผู้นี้ สีหน้าปวงชนพลันพิกล เจ้านี่คุกเข่าจริง ๆ ด้วย ไม่สนศักดิ์ศรีแล้วหรือ?
กัวชิงลุกขึ้น ก้าวเข้าไปคุกเข่าโขกหัวกราบอีกครั้ง “ราชินีปีศาจจงเจริญ เป็นที่คารวะตราบนาน”
เขาแตกต่างจากอัจฉริยะทั้งหลาย มิใช่อัจฉริยะจากภพเซียนกว่าจะมีวันนี้ได้ เขาต้องใช้เวลาสามหมื่นปี
เพื่อให้สามารถฝึกฝนได้ เขาคุกเข่าหาอาจารย์ไปทั่ว เพื่อให้ได้ทรัพยากร เขาทำงานสกปรก ภารกิจยากเย็นต่าง ๆ มากมาย และเพื่อให้อยู่รอด เขาจึงคุกเข่าต่อหน้ายอดฝีมือทั้งหลายที่บังเอิญล่วงเกินไปครั้งแล้วครั้งเล่า
คำอย่างอัปยศศักดิ์ศรีหายไปจากใจเขานานแล้ว ทราบเพียงว่าเขาอยากแข็งแกร่งขึ้น เพื่อให้แข็งแกร่งขึ้น มีแต่ต้องอดทน จึงทวงคืนศักดิ์ศรีที่เสียไป ล้างอายที่เคยประสบในกาลก่อนได้
แค่คุกเข่าเสียหายอะไร? ในยามเยาว์วัย เพื่อเอาตัวรอด เขาเคยถูกเหยียดหยาม ให้กินอาจมสัตว์ภูตตรงหน้