่าปรากฏกลางเวหา เหินเข้ากระทบค่ายกลทั้งสามจนสั่นสะท้านรุนแรง
มีสามค่ายกลนี้อยู่ การเก็บโอสถเซียนทั้งสามหายากเย็นไม่
“เจ้าเป็นใครกัน?”
โอสถคล้ายอสรพิษตะโกนอย่างขวัญผวา
หุ่นเชิดนี่ไม่ชอบมาพากล อักขระเซียนที่วาดออกมาผนึกพลังมหาศาล!
อวิ๋นเหยามิได้ตอบ นางตั้งอกตั้งใจวาดอักขระเซียน
บนชั้นสี่ เจียงผิงอันกุมหัวใจด้วยสีหน้ารวดร้าว
หุ่นเชิดเกือบร้อยตัว มูลค่าเกือบห้าร้อยล้านผลึกเซียนที่เขาสะสมไว้ โดนสตรีผู้นั้นปล้นผลาญไปหมดแล้ว!
นั่นมันห้าร้อยล้านผลึกเซียนเลยนะ!
ไว้ภายหลัง ต้องขอโอสถเซียนจากนางสักต้นมาชดเชยแล้ว
“สหายเต๋าเจียงเป็นอะไรไป? ที่นี่มีแรงกดดันมากเกินไปหรือ?”
เติ้งเส้าสี่เห็นสีหน้ารวดร้าวของเจียงผิงอันก็ถามอย่างเป็นห่วง
ขณะนี้ พวกเขามาถึงชั้นสี่แล้ว ที่นี่เป็นจัตุรัสอันโอ่อ่า ใจกลางมีรูปสลักศิลาขนาดมหึมา ร่างกายท่อนล่างเป็นอสรพิษ ท่อนบนเป็นมนุษย์ ทว่าไร้ซึ่งศีรษะ ไร้รูปลักษณ์ให้พินิจต้นแบบของรูปสลักศิลานี้น่าจะเป็นราชินีปีศาจผู้ลือนามในประวัติศาสตร์ ตงฟางฉิงเสวี่ย
แม้จะเป็นเพียงรูปสลักศิลา ปราณจากมันก็ยังสุดแสนกดดันดุจเซียน ทำให้มิอาจหายใจคล่องคอ
ด้านขวาของรูปสลักมีป้ายศิลาสลักอักษรอหังการไว้
‘พบราชินีผู้นี้ หนึ่งก้าวหนึ่งโขกหัว จงนอบน้อมบริสุทธิ์ใจ หากเสียมารยาทก็ต้องตาย’
ผู้ฝึกตนคนหนึ่งอ่านอักษรบนป้ายศิลา ถามขึ้นอย่างสงสัย“ทางเข้าชั้นห้าอยู่หลังรูปสลักนี้ หมายความว่าเราต้องคุกเข่า