ว่าเรือเหาะไม่เสียหาย ก็มุ่งหน้าต่อสู่สุสานราชินีปีศาจ
เติ้งเส้าสี่กล่าวกับเจียงผิงอัน “สัมผัสของสหายเต๋าฉับไวมากเลย”
ขณะนั้น มีแต่เขากับเจียงผิงอันที่สัมผัสถึงอันตรายได้ ขณะที่คนอื่น ๆ หาได้ไหวตัวไม่
“พอใช้ได้เท่านั้นแหละ แค่ไวกว่าทั่วไปนิดหน่อย”
เจียงผิงอันผ่อนคลายลงเล็กน้อย หากมิใช่เพราะปฏิกิริยารวดเร็วของเติ้งเส้าสี่ เขาก็คงต้องใช้พู่กันพิพากษา “สหายเต๋าเติ้ง เราไปคุยกันเรื่องสุสานที่ท้องเรือเถอะ ข้างนอกมันอันตราย”
“เจ้ากลัวอะไร หากพวกเขากล้ากลับมา ข้าจะฆ่าให้เรียบ!” เติ้งหลวนผู้เยาว์วัยอารมณ์ร้อนยิ่ง เขาถลึงตาจ้องซ้ายเหลียวขวาคาดหวังให้คนเหล่านั้นกลับมาสู้กับพวกเขาต่อ
เติ้งเส้าสี่ส่ายหัวอย่างจนใจกับน้องชาย แล้วกลับเข้าเรือเหาะไปกับเจียงผิงอัน
“เมื่อครู่เราพูดเรื่องหุ่นเชิดค้างไว้……”
ขณะที่เติ้งเส้าสี่จะพูดต่อ เขาก็เห็นเจียงผิงอันชักพู่กันและกระดาษออกมาตวัดวาดรัวเร็ว
“ปัว… สหายเต๋าเจียง เจ้าทำอะไรอยู่?”
“ดวงตาของข้าพิเศษเล็กน้อย มองทะลุอะไรหลาย ๆ อย่างได้ ข้าเห็นว่าคนพวกนั้นหน้าตาเป็นเช่นไร ยามนี้วาดพวกเขาให้แล้ว เจ้าดูเถิดว่าเป็นใคร” เจียงผิงอันตอบ
ยามนี้ทุกผู้ลงเรือลำเดียวกัน จึงต้องให้แน่ใจว่าจะอยู่รอดปลอดภัย
“สหายเต๋าเจียงยังมีความสามารถนี้ด้วย”
เติ้งเส้าสี่ประหลาดใจยิ่ง เจียงผิงอันยังซ่อนความสามารถไว้อีกเพียงไรกัน?
เจียงผิงอันรีบวาดรูปให้อีกฝ่าย แม้จะไม่เคยเรียนวาดรูป แต่ส