าเรารู้ตัวตนของเขาแล้วหากลอบโจมตีได้ ก็จะเป็นประโยชน์กับเรา”
เติ้งเส้าสี่เงยหน้ามองเจียงผิงอันด้วยสายตาพิกล
เจียงผิงอันเห็นสีหน้าพิกลของอีกฝ่ายก็ถามอย่างสงสัย “เกิดอะไรขึ้นหรือ?”
เติ้งเส้าสี่พูดอย่างประหลาดใจ “มิคาดว่าอัจฉริยะไร้เทียมทานผู้สะท้านสะเทือนทั่วสำนักศึกษาชางจืออย่างเจ้าจะลอบโจมตีกับเขาด้วย ข้านึกว่าสหายเต๋าเป็นพวกตรงไปตรงมาเสียอีก”
“ข้าตรงไปตรงมามากนะ พวกเขาต่างหากที่ลอบโจมตีเราก่อน”
เจียงผิงอันไม่ยอมรับว่าตนเป็นพวกหน้าซื่อใจคด
สำหรับเขา หากสู้ตรง ๆ ได้ เขาก็จะสู้ตรง ๆ หากเอาชนะมิได้ก็ลอบโจมตี หากศัตรูมีผู้หนุนหลัง เขาก็จะยอมทนไปก่อน รอให้ความแข็งแกร่งของเขาก้าวข้ามศัตรูแล้วจึงล้างแค้น
เติ้งเส้าสี่ตวัดนิ้วเบา ๆ แล้วภาพวาดตรงหน้าเขาก็สลายเป็นธุลี
“กลับมาคุยเรื่องสุสานกันต่อนะ”
ระหว่างการเดินทางต่อจากนั้น พวกเขามิได้พบการลอบโจมตีอื่นใด บางทีพวกเส้าเฉวียนอาจรู้แล้วว่าพวกตนแหวกหญ้าให้งูตื่นลอบโจมตีอีกก็ไร้ประโยชน์
เมื่อสุสานราชินีปีศาจใกล้เข้ามา ปราณปีศาจในฟ้าดินก็ยิ่งเข้มข้น พบเรือเหาะของผู้ฝึกตนหนาตาขึ้นเรื่อย ๆ คนเหล่านี้มาจากขุมกำลังทั่วทั้งภพเซียน มาเพื่อสำรวจสุสานราชินีปีศาจ
ราชินีปีศาจตงฟางฉิงเสวี่ยในตำนานคือผู้สร้าง ‘วิชาลวงสวรรค์’ศาสตร์หุ่นเชิดของนางเป็นเลิศเกินใดเปรียบในโลกหล้า หากนางไม่พบชายผู้นั้น นางจะนำเผ่าปีศาจเป็นใหญ่ในภพเซียนได้แน่นอน
ผู้ใดได้ผลประโยชน์ในสุ