หรอก”
เติ้งเส้าสี่ไม่รีบร้อน “คนที่เรารออยู่เข้าใจค่ายกล มีทักษะหลอมอาวุธขั้นสูง พลังต่อสู้ก็แข็งแกร่ง ช่วยเราในการเข้าไปในสุสานได้”
ยามก่อนที่เห็นเจียงผิงอันเปิดกล่องปิดผนึกได้ง่ายๆ เติ้งเส้าสี่ก็สรุปว่าเจียงผิงอันเชี่ยวชาญค่ายกลและการหลอมอาวุธ พรสวรรค์ครอบคลุมเช่นนี้เป็นประโยชน์ต่อการเข้าสำรวจสุสานยิ่ง
“คนผู้นี้เป็นใครกัน พี่เติ้งถึงให้ความสำคัญเช่นนั้น?” บุคคลข้างๆ ถามอย่างสงสัย
เติ้งเส้าสี่เป็นสุดยอดฝีมือขั้นปลายระดับเขตแดน ผู้ที่ถูกเขาเห็นค่ามากมายเช่นนี้ต้องแข็งแกร่งสุดขั้วแน่ ๆ
“เรื่องนี้อย่าถามมากเลย ยามอีกฝ่ายลงมือ เจ้าจะรู้เองว่าเขาเป็นใคร”
เติ้งเส้าสี่ปิดบังเจียงผิงอันตามคำขอ กระทั่งผู้ที่มากับเขายังมิปริปากบอก
ทันใดนั้น ชายชุดขาวใบหน้าหล่อเหลา สะพายพลองเบื้องหลังก็เข้ามากุมกำปั้นคารวะ “สหายเต๋าเติ้ง ขออภัยที่ให้รอนาน”
เติ้งเส้าสี่ผงะไปครู่หนึ่ง นี่ใครกันหว่า?
แต่เขาก็เหลือบป้ายเทวะทันที ซึ่งภายในระบุข้อมูลรูปลักษณ์ใหม่และนามแฝงที่เจียงผิงอันส่งมาให้
เติ้งเส้าสี่กล่าวกับสหายอีกแปด “สหายเต๋าปัวซือผู้นี้แหละที่เรารออยู่ ในเมื่อมาครบแล้ว เราก็ไปกันได้”
“ปัวซือ?”
ปวงชนดูครุ่นคิด ไม่เคยได้ยินว่ามีอัจฉริยะคนใดชื่อปัวซือในสำนักศึกษาชางจือมาก่อนเลย
นี่น่าจะเป็นนามแฝง
“พี่ อย่าหาว่าข้าพูดมากเลยนะ คนผู้นี้มีการฝึกฝนเพียงขั้นกลางระดับเขตแดน ไม่ว่าจะแข็งแกร่งแค่ไหน ก็มิใช่มาเปล่าปร