ะโยชน์หรือ?”
ชายผู้หนึ่งซึ่งมีหน้าตาละม้ายเติ้งเส้าสี่ แต่ดูอ่อนวัยกว่าเอ่ยถาม
เขาเป็นน้องชายของเติ้งเส้าสี่ เติ้งหลวน พรสวรรค์มิได้ด้อยไปกว่าเติ้งเส้าสี่เลย แต่เวลาฝึกฝนมิได้ยาวนาน
เติ้งหลวนกล่าวความในใจแทนปวงชน
‘ปัวซือ’ ตรงหน้าเขาผู้นี้มีการฝึกฝนเพียงขั้นกลางระดับเขตแดนมิอาจเทียบยอดฝีมือขั้นปลายระดับเขตแดนเหล่านี้ได้เลย
กุญแจจี้หยกนำคนสู่ใจกลางสุสานได้เพียงสิบคน คณะเลือดเหล็กมียอดฝีมือตั้งมากมาย แต่ก็มิได้พามา ไฉนจึงนำคนนอกการฝึกฝนต ่าเช่นนี้มาแทน?
หากความแข็งแกร่งของคนนอกผู้นี้เลิศล ้ามากก็แล้วไป แต่อีกฝ่ายเป็นเพียงผู้ฝึกตนขั้นกลางระดับเขตแดน
นอกจากอันตรายที่เกิดยามเข้าไปยังแกนกลางสุสานเองแล้ว ยังมีอันตรายจากผู้ฝึกตนต่างขุมกำลังด้วย หากสหายร่วมกลุ่มเหลวแหลก พวกเขาก็เหมือนเอาชีวิตมาล้อเล่น
“ไม่ต้องห่วง เขาไม่ถ่วงแข้งถ่วงขาเราแน่นอน แถมในสุสานมีอุปสรรคบางอย่างที่มีเพียงนักหลอมอาวุธและผู้ใช้ค่ายกลเท่านั้นที่แก้ได้อยู่อีกด้วยนะ” เติ้งเส้าสี่กล่าว
“เขาจะแข็งแกร่งหรือไม่ ลองดูเดี๋ยวก็รู้”
เติ้งหลวนยังอายุน้อย เลือดร้อนวู่วาม เขานำพลองขั้นสูงระดับเขตแดนออกมาฟาดใส่เจียงผิงอันอย่างไร้คำเตือนใด ๆ ทันที
พลองนี้มิได้แผ่ปราณร้ายแรงอะไร แต่สุญตาที่มันผ่านล้วนแหลกลาญ บรรจุอำนาจกฎรากฐาน หากการโจมตีนี้โดนผู้ฝึกตนขั้นกลางระดับเขตแดนอื่นใด คงตัวสลายกันแน่แท้
เจียงผิงอันมิได้รีบร้อน เขายกนิ้วหนึ่งข