ได้” เหมียวเสียพอใจกับคำตอบของเจียงผิงอันยิ่ง
เจียงผิงอันเม้มปาก “ชายใดหวั่นไหว ย่อมมีแต่ชายผู้ไม่เคยโดนสตรีระดับเซียนปู้ยี่ปู้ยำมาก่อนเท่านั้นแหละ…”
“เจ้าว่าไงนะยะ!”
“ชู่”
เหมียวเสียกำลังจะโวยวาย แต่ก็ถูกเจียงผิงอันขัดไว้
เมื่อทั้งคู่เหยียบเข้าวิหารเทพ ภาพภายในก็แปรเปลี่ยนไปทันที
พวกเขาเหมือนมายังจักรวาลแห่งหนึ่ง ภาพฉายยอดฝีมือระดับเซียนนับไม่ถ้วนล่องลอยกลางสุญตา เรืองรองดุจดวงตะวัน กฎเซียนนับพันพริบพราย
เหมียวเสียยกมือปิดปากอย่างตกใจ แต่ละภาพฉายล้วนแผลงกฎเต๋าเซียนของตน มีทั้งเซียนกระบี่ผู้บรรลุเต๋าด้วยกระบี่ เซียนดาบผู้ใช้ดาบบรรลุเต๋า…
สารพัดวิชา สารพัดกฎเกณฑ์ล้วนประจักษ์ชัดตรงหน้า
แต่ละภาพฉายล้วนเป็นทรัพยากรล ้าค่า เป็นประโยชน์ต่อการทำความเข้าใจกฎเต๋าเซียนยิ่ง
เหมียวเสียเพียงชำเลืองผ่าน ๆ เห็นสองภาพฉายบรรลุเต๋าเซียนจำนงสัประยุทธ์ พวกเขาแผ่คลื่นพลังเต๋าเซียน จำนงศึกกล้าแกร่งร้ายกาจชวนลืมหายใจ
เหมียวเสียตื่นเต้นจนหอบหายใจรุนแรง หากนางทำความเข้าใจเต๋าเซียนของคนทั้งสองได้ นางก็จะบรรลุเต๋าเซียนได้อย่างรวดเร็วอย่างน้อย ๆ ก็ไวกว่าฝึกฝนในโลกภายนอกร้อยเท่า!
เจียงผิงอันเองก็ตกใจ แม้เขาจะรู้แล้วว่าในนี้มีอะไร ยามได้เห็นกับตาก็ยังตกใจอยู่ดี
เหมือนสามัญชนเห็นทองคำตกเกลื่อนพื้น
เจียงผิงอันมองไปรอบ ๆ เห็นภาพฉายผู้บรรลุเต๋าเซียนกลืนกินและพบเต๋าเซียนทำลายล้างอันบดขยี้ได้ทุกสิ่ง…
กระทั่งกฎแห่งกาล