ับอย่างสุขุม “ผู้อาวุโส นับแต่ข้ายังไม่เริ่มฝึกฝน ใครบางคนก็บอกข้าว่าไร้โอกาสเหยียบย่างบนเส้นทางสู่เซียนแต่ข้าก็มาถึงจุดนี้ได้ ข้าไม่เคยเชื่อขอรับว่าชะตากำหนดชีวิตคน
ล่วงหน้า เส้นทางอยู่ใต้เท้าข้า ขึ้นกับว่าข้าจะเดินอย่างไร แม้มิอาจเป็นเซียนได้จริง ๆ ข้าก็ต้องขอเดินถึงจุดจบด้วยตนเองจึงหยุดขอรับ”
ยามมองสายตาหนักแน่นของเจียงผิงอัน เซียนทั้งสองล้วนเผยสีหน้ายอมรับ
“มิน่า เจ้าจึงมาถึงวันนี้ได้ มุ่งมั่นดุจกระบี่คม ทะลวงอุปสรรคขวากหนามทั้งปวงได้”
“หากภายหน้าเจ้ามิอาจเป็นเซียน ทุกวาจาข้ายังนับนะ มารับภรรยาเจ้าที่รับปากไว้ได้ทุกเมื่อ เอาป้ายเทวะมา เราจะลงทะเบียนให้พวกเจ้าเข้าไป”
เจียงผิงอันกับเหมียวเสียโล่งอกที่เห็นว่าเซียนทั้งสองไม่ยัดเยียดสตรีให้กันแล้ว และส่งป้ายเทวะให้ทั้งคู่
พวกเขาวางป้ายเทวะลงบนโต๊ะข้างตัว ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะคืนป้ายให้ทั้งสอง
“เข้าไปเถิด”
“ขอบคุณผู้อาวุโส”
หลังจากเจียงผิงอันและเหมียวเสียคำนับลา พวกเขาก็เดินเข้าประตูวิหารอันโอ่อ่าไป
เหมียวเสียกล่าวกับเจียงผิงอัน “เจ้าห้ามไปขอผู้หญิงจากพวกเขาเชียว ข้าจะแข็งแกร่งกว่านี้ จะอุปถัมภ์ยืดชีวิตเจ้าเอง”
เจียงผิงอันพูดอย่างจนใจ “ข้าไม่ทำเช่นนั้นอยู่แล้ว การทำเช่นนั้นต่างอะไรกับเป็นพ่อพันธุ์ปศุสัตว์?”
“นั่นเป็นสตรีระดับเซียนร้อยคนเลยนะ เทียบกับข้าแล้วแข็งแกร่งกว่า อาจมีกระทั่งสตรีที่งามกว่าข้า หลอกหัวใจบุรุษให้เต้นไม่เป็นส ่า