ปากกล่าวอย่างภาคภูมิ “นี่คือลักษณ์ที่แข็งแกร่งที่สุดของบรรพชน แม้ศิษย์ใหม่ผู้นี้จะแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่มีทางรับมือบรรพชนได้เลย”
ปวงชนเปี่ยมความโหยหา เมื่อไหร่กันตนจึงมีพลังร้ายกาจได้เพียงนี้
หลงเจวี๋ยเฟิงตวัดกรงเล็บแหลมคมเข้าใส่เจียงผิงอัน ฟ้าดินประหนึ่งถูกฉีกกราชากเป็นริ้วเสี่ยง
เจียงผิงอันมิได้หลบ เปิดโลกใบน้อยในกาย ร่างจริงของเขาเหินออกมา ขนาดตัวสี่สิบลี้อันน่าสะพรึงกลัวทำให้หลงเจวี๋ยเฟิงดูเหมือนแคระแกร็นไปทันตา
เนิ่นนานมานี้ เจียงผิงอันดูดซับรากฐานเทพโบราณมาตลอดขนาดตัวของเขาขยายขึ้นเล็กน้อยทุกครั้ง แต่พลังก็ถีบตัวสูงขึ้นด้วย
เทียบกับศึกเผชิญเซียนกลับชาติเยี่ยเฮ่าเทียนเมื่อกาลก่อนขนาดตัวเขาทวีคูณสองเท่า!
เขาปลดปล่อยเขตแดนกำลังและโน้มถ่วง หมัดทำลายล้างโรยจากฟ้าเข้ารับการโจมตี
เมื่อทั้งสองปะทะกัน หลงเจวี๋ยเฟิงก็กระเด็นลอยทันใด
เจียงผิงอันไม่เปิดโอกาสให้หลงเจวี๋ยเฟิง ร่างหลักและอวตารร่างมารศักดิ์สิทธิ์โจมตีขนาบหลงเจวี๋ยเฟิง กฎเขตแดนกระหน ่าชนทั่วนภา มิติสุญตาบิดเบี้ยว
“สองอวตาร! สี่เขตแดน!”
เมื่อเห็นบรรพชนถูกชกกระเด็นไป สีหน้าตื่นตะลึงตกใจก็ปรากฏบนใบหน้าทายาทของหลงเจวี๋ยเฟิง
ยากนักที่จะหาผู้ฝึกตนใดมีเขตแดนแฝดในสำนักศึกษาชางจือและน้อยยิ่งกว่าหากจะหาผู้มีสองอวตารและเขตแดนแฝดในขณะเดียวกัน มือเดียวก็นับถ้วนได้ แต่ปรากฏว่าได้พบหนึ่งคนที่นี่วันนี้!
ยามเซียนที่ประตูเห็นภาพนี้ ใบหน้าของเขาก็