ส้าสี่อยากรีบนำจี้หยกนี้กลับไปให้กับคณะ
ที่แห่งนี้เหลือผู้ใช้ค่ายกลเพียงไม่กี่คน
นักหลอมอาวุธร่างสูงซึ่งซ่อมกล่องจนร้าวกล่าวอย่างละอาย“สหายเต๋า ข้าลำพองตัวเกินไป เจ้าเป็นปรมาจารย์จริง ๆ ด้วย”
หากมิใช่เพราะเจียงผิงอันลงมือ พวกเขาคงเสียเงินกันแล้ว แต่เสียเงินนั้นเรื่องเล็ก เรื่องสำคัญคือชื่อเสียงของพวกเขาต่างหาก
“ข้ามิคู่ควรกับคำว่าปรมาจารย์หรอก แค่พอมีความรู้ด้านการหลอมอาวุธบ้างเท่านั้น”
เหตุที่เจียงผิงอันเข้าใจเรื่องเหล่านี้ก็เพราะอวิ๋นเหยาชี้นำ แต่จากวาทะสตรีผู้นั้น เขาก็แค่ ‘งั้น ๆ’ ‘ล้าหลัง’ ไม่ก็ ‘ขยะ’
เจียงผิงอันจึงไม่คิดว่าตัวเองแข็งแกร่งอะไร
ปวงชนมองเจียงผิงอันด้วยสายตาสุดชื่นชม สมกับเป็นปรมาจารย์ ติดดิน ถ่อมตน มีเพียงคนเช่นนี้ที่จะเรืองฤทธิ์เกรียงไกร
เจียงผิงอันนำผลึกเซียนแสนชิ้นออกจากแหวนเก็บของ ใส่ในแหวนเก็บของอีกวงแยกต่างหาก แล้วส่งให้กับกู่เว่ย
“ขอบคุณที่เรียกข้ามา แสนผลึกเซียนนี้ให้แทนคำขอบคุณนะ”
หากไม่มีกู่เว่ย เจียงผิงอันคงไม่ได้กอบโกยกำไรมากมายเพียงนี้ได้ง่าย ๆ
“สหายเต๋าเจียงเกรงใจไปแล้ว ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย รับผลึกเซียนทั้งหมดนี้ไปเถิด สหายเต๋าเจียงแค่ให้เวลาสอนข้าอีกสามวันก็พอแล้วหนนี้ข้าขอเรื่องวิธีแยกส่วนอาวุธวิเศษนะ”
กู่เว่ยเสนอ
ความเร็วในการแยกส่วนอาวุธวิเศษของเจียงผิงอันทำให้เขาตะลึงจังงัง และเขาก็อยากเรียนมัน
“ก็ได้” เจียงผิงอันไม่ปฏิเสธ
“สหายเต๋าเจียง นี่แสนผ