หลังเดินออกมาจากร้านเซียนหวังต้ง ป้ายเทวะของเจียงผิงอันก็กะพริบไหว
เป็นกู่เวยที่ติดต่อมา
“ปรมาจารย์เจียงว่างหรือไม่ข้ามีเรื่องด่วนต้องการความช่วยเหลือ แน่นอนว่ามีค่าตอบแทนให้นะ”
เมื่อคำว่า ‘ค่าตอบแทน’ กระทบโสต เจียงผิงอันก็สนอกสนใจขึ้นมาทันที
เมื่อครู่เขาถูกลอบสังหารมา ทำลายของในร้านของหวังต้งไปมากมาย เสียเงินที่เก็บออมมาตลอดไปหมดตัว ไม่เหลือผลึกเซียนที่ต้องใช้ทะลวงขอบเขตแล้ว
“ปรมาจารย์เจียง ข้าไปรับที่ร้านได้นะ” กู่เว่ยพูดอย่างนอบน้อมยิ่ง
“ไม่ต้องเรียกข้าปรมาจารย์เจียงหรอก เรียกสหายเต๋าเจียงก็พออีกอย่าง ข้ายามนี้มิได้ทำงานที่ร้านแล้ว อยู่ที่ค่ายกลเคลื่อนย้ายสู่ภพปีศาจนี่แหละ”
“รับทราบ สหายเต๋าเจียง ข้าจะไปรับเจ้าเดี๋ยวนี้แหละ”
ไม่ถึงชั่วหนึ่งธูปมอด กู่เว่ยก็มาถึง
กู่เว่ยแต่งกายชุดขาวสะอาดสะอ้าน รูปลักษณ์เยี่ยงชายหนุ่มวัยยี่สิบเศษ ยามเดินบนถนน ผู้คนมากมายที่รู้จักเขาล้วนมองมาอย่างนับถือ
อัจฉริยะนักหลอมอาวุธเช่นนี้ ภายหน้าไม่ช้าก็เร็วต้องเป็นปรมาจารย์เซียนนักหลอมได้แน่ ๆ
“สหายเต๋ากู่ มีอะไรจะซ่อมหรือ?” เจียงผิงอันถาม
“เสวนากันที่นี่ไม่ดี ไว้ค่อยคุยกันนะ”
กู่เว่ยและเจียงผิงอันจากไปยังเคหาส่วนตัวแห่งหนึ่ง
ที่นี่มีผู้ฝึกตนอยู่เจ็ดแปดคน คละเพศทั้งชายหญิง พวกเขาส่วนใหญ่อยู่ในขั้นปลายระดับเขตแดน
คนทั้งหลายหน้านิ่วคิ้วขมวด รวมตัวล้อมโต๊ะศิลาสีเขียวตัวหนึ่งบนนั้นมีกล่องโบราณอันมีอักขระเลอะเ