ย่างแท้จริง
สามผู้มาใหม่ล้วนตะลึงจังงังกับภาพตรงหน้า
“ข้ายังมีธุระ ต้องไปล่าสัตว์ภูตที่ภพปีศาจ ดังนั้นจึงมิอาจอยู่ต่อได้ ไว้มีธุระจะติดต่อมาผ่านป้ายเทวะนะ”
เส้าเฟิงทิ้งวาทะนี้ไว้แล้วจรจาก
“ป้ายเทวะคืออะไรหรือ?” เหมียวเสียได้ยินวาทะเส้าเฟิงก็ถามอย่างสงสัย
“คือสิ่งนี้” เฉียนอู่หยิบป้ายสีทองที่เอวขึ้นมา
“จะเข้าใจว่ามันคือป้ายแสดงตนแบบพิเศษก็ได้ ในป้ายเทวะนี้สามารถเข้าร่วมห้องสนทนาของเรา ‘เสินกวง’ ได้ ในนั้นจะมีสมาชิกคณะ ‘เสินกวง’ อยู่ สามารถพูดคุยกันได้”
“นอกจากนั้น จะหาภารกิจ เลือกบทเรียน จัดกลุ่มสำรวจดินแดนลับ ซื้อขายอาวุธวิเศษกันในป้ายเทวะก็ได้… ไว้ยามพวกเจ้าได้ป้ายเทวะมา เดี๋ยวก็รู้วิธีใช้เอง”
เฉียนอู่แนะนำพลางพาคนทั้งสามไปยัง ‘สำนักลงทะเบียนศิษย์’
‘สำนักลงทะเบียนศิษย์’ ในตำหนักขนาดใหญ่ใต้ต้นโลกาขนาดยักษ์
เจียงผิงอันแหงนหน้ามองต้นโลกาตรงหน้าอย่างลอบสะพรึงพฤกษายักษ์นี้มิอาจมองเห็นยอดได้เลย ใหญ่โตกว่าต้นโลกาเหี่ยวเฉาของสำนักเซียนเทียนหลานอย่างยิ่ง แต่ในสำนักศึกษาชางจือ มันกลับถูกปลูกไว้อย่างส่งเดชที่นี่
เมื่อเข้าตำหนักมา เฉียนอู่ก็เข้าไปพูดกับชายชราผู้กำลังดื่มชาอย่างนอบน้อม “ปรมาจารย์เซียนหวัง ขอรับป้ายแสดงตนสำหรับสามคนเจ้าค่ะ”
ชายชราซึ่งเต็มไปด้วยผมหงอกขาวเงยหน้าขึ้นเอ่ยยิ้ม ๆ “ผู้ที่เสียวอู่พามาเองย่อมไม่ธรรมดา ขอบเขตอะไรกันบ้างเล่า?”
เห็นได้ชัดว่าชายชราผู้นี้รู้จักเฉียนอู่ และเร