“อันนี้…แล้วก็อันนี้ อันนี้…”
“เอามาเหมือนกันห้าจาน”
เฝ่ยไป่ลู่ชี้แล้วชี้อีกไปที่เมนู
“ได้เลยครับคุณเฝ่ย วันนี้เถ้าแก่รู้ว่าคุณจะมาเลยเข้าครัวให้คุณด้วยตัวเองเลย” พนักงานมารยาทดีมาก เขามองเฝ่ยไป๋ลู่ราวกับเป็นเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าเจ้าของร้านเองก็รอการมาของเฝ่ยไป๋ลู่อย่างใจจดใจจ่อทุกวัน
นี่คือลูกค้าระดับเอส*[2] การบริโภคของคนคนหนึ่งเทียบเท่ากับสิบคน ขอเพียงร้านอาหารได้รับการสนับสนุนจากเธอเพียงคนเดียวก็ไม่เจ๊งแล้ว
ร้านอาหารมีคนไม่มาก อาหารของเฝ่ยไป๋ลู่จึงถูกเสิร์ฟอย่างรวดเร็ว
และในตอนที่เฝ่ยไป๋ลู่กำลังจะเริ่มกิน ทันใดนั้นโปรแกรมโต้วโซ่วก็ได้รับข้อความจากฉู่ชู
[อาจารย์ อิงเจ๋อตอบกลับฉันแล้วค่ะ! เขาฟื้นแล้ว!]
ฉู่ชูมีความสุขจนเกินบรรยาย เฝ่ยไป๋ลู่ยิ้ม ตักข้าวหนึ่งช้อนเข้าปากแล้วตอบกลับ [ยินดีด้วย]
สมกับคำกล่าว ‘สวรรค์และโลกนั้นเป็นนิรันดร์ ชีวิตมนุษย์ก็เหมือนน้ำค้างแข็ง’*[3]
ชีวิตแสนสั้น ใครบ้างจะไม่เคยเจออุปสรรค?
ถึงแม้พวกเขาจะเป็นผู้ปฏิบัติตนลัทธิเต๋าที่สามารถทำนายอดีตและอนาคตได้ แต่ก็ยังไม่อาจสลัดพันธนาการแห่งข้อเสียห้าประการและข้อบกพร่องสามประการ*[4] ไปได้
หลักแห่งฟ้าเป็นสัจธรรมไม่เปลี่ยนแปลง อุปสรรคนั้นใหญ่ ก้าวข้ามไปได้ก็สบายแล้ว
พอเฝ่ยไป่ลู่กินข้าวอิ่ม พนักงานก็เสิร์ฟเครื่องดื่มให้เธออย่างสุภาพ และเดินไปส่งเธอถึงปากประตู “ครั้งหน้าขอเชิญใหม่นะครับคุณเฝ่ย”
เฝ่