หลินถานพาเจียงผิงอันเข้าห้องพักข้างประตูเมืองผี เนื่องจากท้องฟ้ามืดแล้ว เจียงผิงอันจึงไม่มีทางไปเยือนโรงเตี๊ยมอื่นในเมืองได้เขาจึงได้แต่ต้องอยู่ที่นี่ก่อนหนึ่งคืน
เจียงผิงอันเห็นว่าบนโต๊ะภายในห้องมีชาอยู่มากมาย จึงตัดสินว่าเซียนท่านนี้ชอบดื่มชายิ่ง
เขาเด็ดใบพฤกษากระจ่างเต๋าออกมาสองสามใบ ยื่นให้อีกฝ่าย“ผู้อาวุโส โปรดรับไว้ด้วยขอรับ”
หลินถานเห็นเจียงผิงอันวางตัวสุภาพนอบน้อม ความเฉยชาบนใบหน้าก็ค่อย ๆ อ่อนลง เขาเคยพบอัจฉริยะมามากมาย พวกเขาล้วนแล้วถือตัว เด็กนี่นับว่าไม่เลว
“เมื่อครู่เจ้าถามว่าตัวประหลาดเหล่านั้นคืออะไร มันมิใช่ความลับหรอก พวกนั้นคือเศษซากวิญญาณอันไม่สมประกอบน่ะ”
หลินถานรับใบชาไป แล้วนั่งลงชงชาจากพวกมันที่โต๊ะ
“วิญญาณผู้วายชนม์? วิญญาณร้ายหรือขอรับ? แต่ดูไม่เหมือนวิญญาณร้ายเลย”
เจียงผิงอันเคยเห็นวิญญาณร้ายมาก่อน และยังมีอวตารวิญญาณร้าย วิญญาณร้ายนั้นมีลักษณ์ สัมผัสปราณได้ชัดเจน แต่ตัวประหลาดเหล่านี้มิอาจมองเห็นได้เลย
หลินถานชงชาพลางเอ่ยปาก “พวกนี้เทียบกับวิญญาณร้ายชั้นต ่าได้ที่ไหน”
“เมืองผีแห่งนี้มาจากสถานที่ชื่อภพวิญญาณ ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่เชี่ยวชาญการฝึกจิต มีอัจฉริยะเลิศภพผู้หนึ่งกระทั่งพัฒนาระดับการฝึกจิตถึงจุดสูงสุด แต่ฝีมือของเขาล ้าเลิศเกินไป ใครบางคนในภพเซียนจับตามองเขาอยู่ คิดจะกลืนกินเขาเสีย”
“ยามอัจฉริยะเลิศภพผู้นั้นเกือบถูกกลืนกิน เขาก็ทิ้งร่างปล่อยวิญญาณหลบหนี