กระทั่งสร้างร่างวิญญาณโดยไร้กายเนื้อ ย้อนสังหารเซียนที่คิดกลืนกินเขา”
“ทว่า ผู้ที่อัจฉริยะผู้นี้ฆ่าไปเป็นบุตรคนใหญ่คนโต ยามคนผู้นั้นทราบว่าบุตรตนตาย ก็เดือดดาลจนมาทำลายร่างวิญญาณนี้ด้วยตนเอง”
“เนื่องด้วยความพิเศษของวิญญาณ ยามวิญญาณนี้แหลกระเบิด คลื่นพลังก็แผ่ไปทั่วทั้งภพวิญญาณ ฉีกกราชากวิญญาณสรรพสิ่งไปด้วยกัน”
“เศษซากวิญญาณเหล่านั้นค่อย ๆ ปะติดปะต่อ กลายเป็นตัวประหลาดที่มองไม่เห็นเหล่านี้”
“เนื่องจากรากฐานของผู้ลงมือ จึงไม่มีใครกล้าพูดเรื่องนี้กันอย่างโจ่งแจ้ง หากเจ้าไม่อยากตาย ไม่อยากกระทบถึงภูมิกำเนิดของเจ้า ก็อย่าเที่ยวพูดเพ้อเจ้อที่ไหนล่ะ”
หลินถานจิบชาเบา ๆ พลางพูดด้วยน ้าเสียงจนใจเปี่ยมอารมณ์
เมื่อทราบที่มาของ ‘ตัวประหลาด’ ทั้งหลาย สีหน้าของเจียงผิงอันก็ซับซ้อนเหลือคณา ในสายตายอดฝีมือบางผู้ในภพเซียน ตัวตนจากภพอื่นล้วนเป็นอาหารที่จะทิ้งขว้างเช่นไรก็ได้
ทำลายสรรพชีวิตในหนึ่งภพภูมิ ก็ยังไร้ผู้ใดกล้าพูดทวงความยุติธรรม
ภพเซียนน่ากลัวยิ่งกว่าภพแร้นแค้นอีก
“อ้อ จะว่าไป กล่าวกันว่าในเมืองนี้มีวรยุทธ์ฝึกจิตที่อัจฉริยะเลิศภพผู้นั้นทิ้งไว้ด้วยนะ เพราะเช่นนี้แหละเหล่าคนเก่าคนแก่ของสำนักศึกษาชางจือจึงนำเมืองนี้มาไว้ที่นี่”
หลินถานถือถ้วยชาพลางถอนใจ “น่าเสียดาย ตาเฒ่าผู้นี้อยู่ที่นี่มากว่าสองพันปี แต่ก็ไม่พบอะไร ไม่มีใครได้พบมันเลย”
เขามาที่นี่ก็เพื่อวรยุทธ์ฝึกจิตนี้ แต่น่าเสียดายที่มิอาจห