นมาข่มพวกเดียวกัน แต่ราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยแข็งแกร่งจริง ๆ
หากให้ยกตัวอย่างง่ายที่สุด หากคนจากแดนจันทร์มายาได้เข้าสำนักศึกษาชางจือเพียงสองสามคนในรอบพันปี ราชวงศ์เซียนสกุลเยี่ยก็มีได้สองสามคนในรอบร้อยปี ยังไม่รวมปีศาจร้ายที่ถูกรับเข้าด้วยวิธีพิเศษอีก
“อาจารย์โปรดวางใจเถิด ข้ารู้ประมาณดี ข้าอยากช่วยสำนักให้ได้เคหานี้ขอรับ”
เจียงผิงอันตื้นตันใจกับความเป็นห่วงของอาจารย์ยิ่ง เขายิ่งอยากได้เคหานี้เข้าไปใหญ่ สำหรับสำนักเซียนอวี่หวง เคหาแห่งนี้สำคัญอย่างยิ่ง
เหมียวจิ่งมองสีหน้าเด็ดเดี่ยวของเจียงผิงอัน ก่อนจะนำโอสถอันเรืองประกายสุกสว่างเม็ดหนึ่งโยนใส่มือเจียงผิงอัน
“นี่เป็นโอสถที่สำนักให้อาจารย์มาเยียวยารากฐาน แต่มันใช้ไม่ได้ รักษาได้เพียงบาดแผลบนกายเท่านั้น”
รากฐานของเหมียวจิ่งก็เสียหาย โอสถทั่วไปใช้ไม่ได้กับเขา แต่มีประโยชน์กับเจียงผิงอัน
เหมียวจิ่งกล่าวกับเจ้าสำนักเซียวเหลียงเหยียน “เจ้าสำนัก เรื่องถึงขนาดนี้แล้ว ให้ผิงอันลองเถอะ”
เซียวเหลียงเหยียนเงียบไปครู่หนึ่งจึงพยักหน้า “รักษาชีวิตเป็นสำคัญ เสียเคหาไปได้ แต่เจ้าต้องเอาชีวิตตัวเองให้รอด”
หากเจียงผิงอันเติบโต คุณค่าของเขาไม่มีทางด้อยไปกว่าเคหานี้
เจียงผิงอันมองโอสถล ้าค่าในมือด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ข้าจะไม่ทำให้สำนักผิดหวังขอรับ!”
“เจ้ารักษาความหวังนั่นมิได้หรอก”
หนึ่งเสียงอันแปร่งหูทว่าคุ้นเคยดังขึ้น
เจียงผิงอันหันขวับมองตามเสียง
ข้างตั