หนาววาบ เส้นขนทั่วกายลุกซู่ สีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างมหันต์
“กลับมา! มีเซียนมนุษย์ซุ่มโจมตี!!”
ได้ยินเช่นนี้ เหมียวเสียก็หน้าถอดสี หันกลับมาทันทีเพราะเชื่อใจเจียงผิงอันเต็มที่
อวี๋เปยตะลึงไปครู่หนึ่ง เซียนมนุษย์ซุ่มโจมตีอะไรกัน?
ทันใดนั้น แรงกดดันจากเซียนมนุษย์สองสายก็สกัดทั่วสุญตา
เหมียวเสียไหวตัวรวดเร็ว นางมิได้เหินไปไกล ยามนี้จึงหนีเข้าประตูเมืองทัน
แต่อวี๋เปยมิได้โชคดีเพียงนั้น เพราะเขาลังเลครู่หนึ่ง จึงสายเกินหลบเลี่ยง
เขาถูกแรงสูบมหาศาลลากตัว ทำได้เพียงโยนแหวนเก็บของออกไปพ้นตัวได้
สองยอดฝีมือซึ่งแผ่ปราณกฎเต๋าเซียนปรากฏตัวขึ้น เจิดจรัสเรืองรองเช่นตะวัน
หนึ่งในนั้นมีใบหน้าซ่อนในหนวดเคราหยักศกตกหนา ซึ่งก็คืออดีตผู้อาวุโสแห่งสำนักเซียนอวี่หวง ชิวซื่อผิง
ขณะที่อีกคนคืออดีตผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักเซียนเทียนหลานถานกว่างโซ่ว
“เวร เด็กเลวนี่สัมผัสดีจริง ๆ” ถานกว่างโซ่วจ้องมองเจียงผิงอันอย่างไม่เป็นมิตร
หลังจากได้ข่าวจากฉางหง เขาก็รีบรุดมาและวางแผนแสนง่ายดาย ก็คือให้ฉางหงเป็นเหยื่อ คิดลวงเจียงผิงอันออกจากเมืองผี
มิคาดว่าเจียงผิงอันจะสัมผัสเฉียบคม สัมผัสจิตสังหารของพวกเขาได้ทันทีที่ปรากฏตัว
ส่วนชิวซื่อผิงนั้น เขาบังเอิญพบกันกลางทาง
สองฝ่ายมีศัตรูร่วมกัน จึงเข้าขาสมานฉันท์ พร้อมร่วมมือโจมตี
หากบอกใครว่าเซียนมนุษย์ทั้งสองล้วนหมายหัวเด็กน้อยซึ่งยังไม่บรรลุเซียนผู้หนึ่ง คงไม่มีผู้ใดเชื่อ
ชิวซื่อผ