เซียนมนุษย์ทั้งสองลอยกลางสุญตานอกเมืองผี
ถานกว่างโซ่วเผชิญคำถามของเหมียวเสียแล้วอธิบายเสียงเรียบ“ข้ามิได้ลงมือเสียหน่อย ชิวซื่อผิงต่างหาก เกี่ยวการใดกับข้าล่ะ”
หากไม่จำเป็นจริง ๆ เซียนมนุษย์จะไม่ลงมือกับศิษย์ทั่วไป และหากเซียนมนุษย์ลงมือจริง สองขุมกำลังก็คงสู้กันจนโหรงเหรงเหลือเพียงเซียนมนุษย์เป็นแน่
สงครามเช่นนี้ไร้ประโยชน์ยิ่ง
เหมียวเสียแผดเสียงใส่ชิวซื่อผิงอย่างเครียดขรึม “เป็นถึงเซียนมนุษย์ มาลงมือกับผู้ฝึกตนระดับล่าง ไม่ละอายบ้างหรือไร?”
“ละอาย? ตาเฒ่าผู้นี้ไม่เหลืออะไรแล้ว ไฉนต้องกลัวละอาย?พวกเจ้าสำนักเซียนอวี่หวงมีแต่พวกโง่เง่า เพื่อเจียงผิงอันเล็กจ้อยคน
เดียว ถึงกับจะตั้งตัวเป็นศัตรูกับเซียนมนุษย์อย่างข้า พวกเจ้าวอนตายกันเองนะ!”
ชิวซื่อผิงจ้องมองเจียงผิงอันอย่างเคียดแค้น ทุกสิ่งเป็นเพราะสารเลวนี่ สิ่งที่เขามีจึงไม่เหลือ
“เหมียวเสีย ส่งเจียงผิงอันมา แล้วข้าจะปล่อยอวี๋เปย เทียบกันแล้ว อวี๋เปยมีโอกาสบรรลุเซียนมากกว่า สำคัญกว่าสำหรับพวกเจ้าสำนักเซียนอวี่หวง หากไม่ส่งคนมา อวี๋เปยตายแน่!”
หัตถ์ใหญ่ของชิวซื่อผิงออกแรงเล็กน้อย คอของอวี๋เปยลั่นกร๊อบชัดเจน ร่างของเขากระตุกสั่นรุนแรง โลหิตหลากออกจากตา หูและจมูก
อวี๋เปยคิดระเบิดตนเอง แต่พลังในกายถูกผนึกนิ่ง มิอาจโคจรได้เลย
“ศิษย์น้อง… เจียง… ช่วยข้าบันทึกภาพของทะเลดาราจักรที… ผู้ฝึกตนอย่างเราไม่มีวันรอมชอม!”
อวี๋เปยแผดเสียง แล้วเหวี่ยง