้เข้าร่วมงานเลี้ยงวันนี้ เขาก็ยังทราบเรื่องที่เกิดขึ้น
ฉางหงอาฆาตศิษย์น้องเจียงมากนัก ศิษย์น้องเจียงต้องอยากใช้ความสามารถสัญจรยามวิกาลไปสนองดาบให้แน่แท้
“ใช่” เจียงผิงอันพยักหน้า
อวี๋เปยเอ่ยปาก “ศิษย์น้องอาจต้องผิดหวังแล้วล่ะ ฉางหงมิได้อยู่ในโรงเตี๊ยม แต่วิ่งออกไปจากเมืองผี”
เจียงผิงอันขมวดคิ้วทันใด “ดูเหมือนเขาก็เดาไว้แล้วว่าคืนนี้ข้าจะมาล้างแค้น เลยชิงหนีไปก่อน”
อวี๋เปยคลี่ยิ้ม “เขาออกจากเมืองไปก็ดีแล้ว ยามนี้ฉางหงเหลือลำพัง เหมาะยิ่งจะลงมือ ข้ากับเสี่ยวเสียจะผนึกกำลัง ต้องฆ่าเขาได้แน่ ๆ!”
คณะของฉางหงตายหมดแล้ว พวกเขาสองคนต้องฆ่าอีกฝ่ายได้แน่
“หลังฆ่าฉางหงได้ เราไปทะเลดาราจักรกัน ข้าได้ยินว่าทัศนียภาพที่นั่นงดงามมาก ถึงยามนั้นข้าจะใช้ศิลาบันทึกเงาบันทึกไว้ แล้วกลับไปให้คู่บำเพ็ญของข้าดู”
อวี๋เปยสุดแสนคาดหวัง ครั้งนี้เขาช่างแสนโชคดี ได้โอกาสไปยังทะเลดาราจักรแล้ว
เหมียวเสียและอวี๋เปยสุดแสนปรีดาในคืนนั้น
เช้าตรู่รุ่งขึ้น ทันทีที่ฟ้าสาง พวกเจียงผิงอันทั้งสามก็เร่งรุดไปยังประตูเมืองผี คิดป้องกันมิให้ฉางหงเข้ามา
ในเมืองมีเซียนมนุษย์คุ้มกัน มิอาจลงมือได้
ทันทีที่มาถึงประตูเมือง ก็เห็นฉางหงเหินอยู่ไกล ๆ
อวี๋เปยกับเหมียวเสียชักดาบพุ่งเข้าไปขวาง
เจียงผิงอันช่วยอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงยืนมองที่หน้าประตู
ด้วยความแข็งแกร่งของเหมียวเสียและอวี๋เปย การจัดการฉางหงมิน่ายากเย็น
ทันใดนั้น เจียงผิงอันก็