้เหมือนกัน แต่สิ่งเหล่านี้ดูไม่เหมือนสิ่งมีชีวิต สัมผัสมิได้ ไม่ยอมตาย มิอาจเห็นลักษณ์…
เจียงผิงอันวางแผนสังหารผู้ฝึกตนชั้นยอดของสำนักเซียนเทียนหลานไปสิบกว่าคน มีเพียงฉางหงคนเดียวที่หนีไปได้ ถือได้ว่าเป็นการล้างแค้นให้เหมียวเสีย
ระหว่างทางกลับ จู่ ๆ แสงสีแดงสายหนึ่งก็พุ่งเฉี่ยวเขาไป
เจียงผิงอันสะดุ้งโหยง
อะไรลอยผ่านไปแวบ ๆ นะ?
เจียงผิงอันรีบหันตามไปมองแสงสีแดงนั้น
มันเป็นก้อนศิลาสีแดงซึ่งสลักอักขระประหลาดไว้ และเจียงผิงอันก็สัมผัสได้ถึงปราณของ ‘ตัวประหลาด’ จากจุดที่มันลอยอยู่ได้
ราวกับมี ‘ตัวประหลาด’ ตนหนึ่งถือก้อนศิลาน้อยสีแดงนี้อยู่
เจียงผิงอันรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เขาเพิ่งเคยเห็น ‘ตัวประหลาด’ ถือของเป็นครั้งแรก
คลื่นพลังจากก้อนศิลาสีแดงนี้พิเศษยิ่ง เหมือนเป็นสมบัติบางอย่าง
หลังครุ่นคิดครู่หนึ่ง เจียงผิงอันก็สวมกำไลทลายมิติฉวยมันมา
มันเสี่ยงไปสักนิด แต่เขาเป็นเพียงอวตาร หากเกิดอะไรก็มิได้ร้ายแรงถึงชีวิต
ต่อให้เกิดอะไรขึ้นกับอวตารวิญญาณร้าย ก็ยังสร้างใหม่ได้
ฝ่ามือของเขาผ่านมิติ คว้าก้อนศิลาสีแดงซึ่งล่องลอยอยู่ได้
เขาชักมือกลับ ไร้อันตรายใด
เจียงผิงอันก้มลงมองมือตน ศิลาก้อนนี้กลมเกลี้ยง ขนาดใหญ่กว่าลูกตาเล็กน้อย ให้บรรยากาศเย็นเยือกกำซาบกาย แล้วเจียงผิงอันก็ต้องประหลาดใจเมื่อสิ่งนี้ถึงกับเสริมความแข็งแกร่งให้ห้วงจิตสำนึกในวิญญาณเขา!
“ของดี!”
แม้เขาจะไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ในเมื่