เช้าตรู่รุ่งขึ้น เหมียวเสียผลักประตูเข้ามาในห้องของเจียงผิงอัน
“ศิษย์พี่หญิงเห็นเจ้าอยู่คนเดียวเบื่อ ๆ เลยจะพาเจ้าไปเดินเล่นในเมือง”
“ศิษย์พี่หญิง ข้าไม่เบื่อหรอก”
เจียงผิงอันหลับตานิ่งสนิท ตั้งอกตั้งใจฝึกฝน
“เป็นไปไม่ได้! เจ้าเบื่ออยู่แน่ ๆ!”
เหมียวเสียไม่ฟังอะไรทั้งนั้น กอดแขนเจียงผิงอันไว้ “เจ้าจะแยกอวตารมากับข้าก็ได้นะ”
เจียงผิงอันส่ายหัวอย่างจนใจ “ศิษย์พี่หญิง มิต้องรีบปราชันแย่งตำแหน่งหรือ ไฉนยังเล่นสนุกอยู่เช่นนี้”
“มิได้เอาแต่เล่นเสียหน่อย ห้าตำแหน่งสุดท้ายมันชิงมาไม่ได้ต่างหาก เราทำได้เพียงต้องรออีกเป็นสิบ ๆ ปีจนกว่าสำนักศึกษาชางจือจะแจกจ่ายป้ายใหม่เท่านั้นแหละ” เหมียวเสียรำพึง
“อ้อ”
เจียงผิงอันแบ่งอวตารไปกับเหมียวเสีย
ในเมืองผีมีสถานที่ฝึกฝนอยู่บ้าง แต่เจียงผิงอันมิได้สนใจมันในยามนี้ สิ่งที่เขาต้องทำคือบรรลุทุกกฎเกณฑ์ให้ลุล่วง บรรลุสู่ขอบเขตถัดไปต่างหาก
หลายวันจากนั้น เจียงผิงอันก็เอาแต่ฝึกฝน
ร่างมารศักดิ์สิทธิ์ทำความเข้าใจกฎทำลายล้าง อวตารกลืนสวรรค์ทำความเข้าใจกฎอัสนีหยิน ร่างจริงย่อยรากฐานเทพโบราณทำความเข้าใจกฎแรงโน้มถ่วง
ความรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งร้ายกาจสัญจรอยู่ภายนอกปรากฏทุกคืน ชวนขนลุกขนพองนัก
เมื่อประสบนานหน เจียงผิงอันก็ค่อย ๆ คุ้นเคยกับมันจนไม่สนใจมันอีก
คืนนั้น เจียงผิงอันกำลังฝึกฝนเช่นเคย ทว่าจู่ ๆ คลื่นพลังรุนแรงและปราณเซียนพลันระเบิดขึ้นจากชั้นล่าง
เจียงผิงอัน