ตั้งแต่ก่อนมายังเมืองผี เจียงผิงอันก็ทราบสถานการณ์ของเมืองผีแล้ว แต่ก็เพิ่งรู้ซึ้งถึงความน่าสะพรึงกลัวของมันก็เมื่อประสบเองกับตัว
ตัวตนชวนขนลุกไม่ทราบชนิดนั้นกระจายทั่วเมืองผี ชวนให้สิ้นหวังยิ่งกว่ายามเขาถูกชิวซื่อผิงไล่ล่าเสียอีก
ขณะที่ร่างของเจียงผิงอันกำลังสั่นสะท้าน หัตถ์ใหญ่ข้างหนึ่งก็กดลงบนบ่าเขา
อวี๋เปยส่งยันต์สงบวิญญาณแผ่นหนึ่งให้เจียงผิงอัน
“เจ้าเพิ่งมาวันแรก มันจะอึดอัดสักหน่อย แต่เดี๋ยวก็จะค่อย ๆ คุ้นชินไปเอง” อวี๋เปยกล่าวอย่างเป็นห่วง
“ขอบคุณพี่ใหญ่อวี๋”
เจียงผิงอันสูดหายใจลึก ๆ เพื่อสงบความกลัวในใจ
“เรื่องเล็กน้อยน่า จำไว้ว่ากลางคืนอย่าออกไปไหน ต่อให้เป็นเซียนมนุษย์ ออกสัญจรยามวิกาลก็ยังตาย! แล้วก็อย่าใช้จิตสัมผัสสืบออกไปข้างนอกเชียว เจ้าพวกนั้นโจมตีวิญญาณของเจ้าผ่านจิตสัมผัสได้ ตายอยู่ดี”
อวี๋เปยเตือนอย่างเคร่งขรึม
มิเพียงออกสัญจรยามวิกาลไม่ได้ ยังส่งจิตสัมผัสออกไปมิได้ด้วย
“ศิษย์น้องจดจำไว้แล้ว”
เจียงผิงอันย่อมมิออกไป ผู้ที่ออกไปมีเพียงคนโง่ หาที่ตายแท้ ๆ
เหมียวเสียปริปาก “ขอป้ายห้องให้เขาใบหนึ่ง ให้เขาไปพักก่อนแล้วไว้คุยกันว่าจะมุ่งหน้าสู่ที่อื่นเช่นไร”
ที่เหมียวเสียพาเจียงผิงอันมายังเส้นทางธารดารานั้นมิใช่เพราะคิดว่าเจียงผิงอันจะช่วยอะไรนางได้ ความแข็งแกร่งของเจียงผิงอันช่วยนางมิได้หรอก
อวี๋เปยให้ป้ายห้องด้านบนกับเจียงผิงอันใบหนึ่ง
เจียงผิงอันนำป้ายขึ้นไปที่ห้อง เข