ำนาจมิติได้
เจียงผิงอันเดินผ่านกำไล ตรงไปยังชั้นบนสุดของโรงเตี๊ยม
ผู้อยู่ด้านนอกทำลายการป้องกันของโรงเตี๊ยมได้ยากมาก ต่อให้ทำได้ก็ยังต้องเปลืองปราณเซียนมากมาย
เขาเข้ามาในห้องชั้นบนสุดของโรงเตี๊ยม แล้วใช้ขวดกลืนสวรรค์สูบกระดาษยันต์ที่หน้าต่าง เปิดหน้าต่างออกกว้าง
เหล่าผู้คนซึ่งดื่มฉลองกันที่ชั้นล่างคงคาดไม่ถึงแน่แท้ ว่าจะมีผู้ย่องเข้าโรงเตี๊ยมมากลางวิกาลได้
เมื่อหน้าต่างเปิดออก คลื่นพลังประหลาดสายหนึ่งก็แผ่เข้ามา
ที่ชั้นล่าง ผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลานยังคงเสสรวลเสวนา
“ศิษย์พี่ใหญ่ สำนักเซียนอวี่หวงต้องเดาได้แน่ ว่าเป็นฝีมือเราและจะมาหาเราพรุ่งนี้แน่แท้” ผู้ฝึกตนคนหนึ่งกล่าวกับฉางหง
ฉางหงดูเฉยชา “มาแล้วทำไม? นอกจากกลางวันจะสู้กันไม่ได้ต่อให้สู้ได้จริง ๆ เรายังต้องกลัวอะไรอีก?”
“หากเหมียวเสียตาย ต่อให้สู้กัน สำนักเซียนอวี่หวงก็สู้เราไม่ได้หรอก” ฉางหงจิบสุราอย่างสบายใจ
เขาอยากให้พรุ่งนี้มาถึงใจจะขาด คาดหวังให้ผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนอวี่หวงปรี่มาหาพวกเขา
แต่จู่ ๆ ฉางหงก็สัมผัสบางสิ่งได้ และใช้แผ่นหยกโบราณแผ่นหนึ่งพิทักษ์กายทันที
พริบตานั้น จู่ ๆ ผู้ฝึกตนซึ่งเสสรวลเสวนากันอยู่ที่โต๊ะก็ชะงักนิ่งก่อนจะทรุดร่วงลงแน่นิ่งไร้ลมหายใจบนพื้นตาม ๆ กัน
มีเพียงผู้ฝึกตนไม่กี่คนที่ไหวตัวเร็ว ใช้อาวุธวิเศษคุ้มกายได้ทัน
“มีสัตว์ประหลาดบุกเข้ามา! มีสัตว์ประหลาดบุก!”
“เจ้านี่มาจากไหนเนี่ย?”
คนที่เหลือตร