ขณะที่ผู้ฝึกตนรายล้อมได้ยินเสียงอุทานของผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเทียนหลาน พวกเขาก็เผยสีหน้าเหลือเชื่อออกมาเช่นกัน
“คนผู้นี้คือเจียงผิงอันหรือ? เขาไปถึงทางออกวงกตได้แล้วจริง ๆหรือ?”
“เขาก็เป็นผู้ใช้ค่ายกลหรือ?”
“ต่อให้เป็นผู้ใช้ค่ายกลก็ไม่มีทางเร็วได้ถึงเพียงนี้!”
หากมิใช่เพราะปวงชนล้วนเคยเข้าท้าทายวงกตป่าศิลา คงคิดกันแล้วว่าวงกตแห่งนี้ง่ายยิ่ง อีกฝ่ายใช้เวลาไม่ถึงชั่วละเลียดชาก็ผ่านได้แล้ว
ชายผู้นี้ทำได้อย่างไร?
เหมียวเสียฟื้นตัวจากความตกใจ ก่อนจะหันไปหัวเราะเยาะพวกฉางหง
“ฮ่า ๆ สมแล้วที่เป็นศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักเซียนเทียนหลาน ทรงพลังจริงแท้ ถึงกับทำนายได้เยี่ยงโหร บอกได้ด้วยว่าผู้พิชิตวงกตคือศิษย์น้องข้า!”
มือซึ่งถือหอกอยู่ของฉางหงกำแน่น ใบหน้าของเขาบูดเบี้ยวเจียงผิงอันพิชิตวงกตได้จริง ๆ ค่ายกลและมายาในนั้นทำอะไรเจียงผิงอันมิได้เลยหรือ?
เขาคิดข่มเหงเจียงผิงอัน แต่มิคาดว่าตนจะเสียหน้าเอง
ฉางหงไม่มีหน้าอยู่ต่อ เขาหันกายจากไปทันที
ไม่นานจากนั้น เจียงผิงอันก็เดินออกมาจากวงกต
ในมือเขาถือสุราไหหนึ่ง สีหน้าราบเรียบ ไร้ความยินดียินร้ายที่พิชิตวงกตได้ ดูเหมือนนี่เป็นเพียงเรื่องธรรมดาแน่นอน
ดวงตาของเขามองทะลุได้หลายสิ่ง และยิ่งเมื่อขอบเขตพัฒนาดวงตาของเขาก็ยิ่งเรืองฤทธิ์ มายาและค่ายกลไร้ประโยชน์กับเขา
เขาส่ง ‘เซียนเมามาย’ ให้เหมียวเสีย “ศิษย์พี่หญิง ข้าไปเอามาให้แล้ว”
เหมียวเสียกอด ‘เซียนเมามาย’