ช่วยจัดการกับเหมียวเสีย คนโง่ยังรู้เลยว่าเรื่องโกหก”
หยางจิ่นอวี๋เอ่ยเบา ๆ
ใบหน้าของสาวใช้แดงก ่า เมื่อครู่นางหลงเชื่อไปจริง ๆ มิใช่นางแย่กว่าคนโง่หรือ
“คุณหนู ในเมื่อท่านรู้ว่าเป็นข่าวปลอม ไฉนท่านจึงยังรับปากว่าจะไปจัดการเหมียวเสียกับเขาอีกล่ะเจ้าคะ สตรีผู้นั้นมิได้ธรรมดาไม่ใช่หรือ?”
“ใครบอกว่าข้าจะจัดการกับเหมียวเสียล่ะ? ฉางหงโกหกข้า ข้าก็โกหกเขาตอบ สมเหตุสมผลมิใช่หรือ”
หยางจิ่นอวี๋จ้องมองกระดานหมากด้วยสายตาที่ดูราวจะมองทะลุทุกสิ่ง
“แต่การที่เจียงผิงอันเดินออกจากวงกตป่าศิลาได้น่าจะเป็นเรื่องจริง ชายผู้นี้มีฝีมือ”
สาวใช้กระเง้ากระงอด “เจียงผิงอันต้องแค่โชคดีแน่เจ้าค่ะ เขาจะแข็งแกร่งกว่าคุณหนูขนาดที่เดินออกจากวงกตได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วละเลียดชาได้อย่างไร”
“โชคหรือ?”
คู่เนตรพร่างพราวของหยางจิ่นอวี๋วูบไหว ไม่รู้ในใจคิดอะไรอยู่
สองสามเดือนจากนั้น เจียงผิงอันฝึกฝนพัฒนา ขณะที่เหมียวเสียเมินคำขอของเจียงผิงอันไปสนิท ยังคงสู้ในสภาพเดิม
หลังจากประมือกันมาหลายเดือน ระดับพลังต่อสู้ของเจียงผิงอันก็พัฒนาไปอีกขั้น สามารถสู้ได้ตามปกติโดยมิต้องลืมตาหรือใช้จิตสัมผัสแล้ว สภาวะหลงลืมตนก็ยกระดับขึ้นไปอีก
เจียงผิงอันเหมือนจะเข้าใจ ‘เจตนาดี’ ของศิษย์พี่หญิงแล้ว
“มาถึงด่านแรกของเส้นทางธารดาราแล้ว โปรดลงจากนาวาเซียนด้วย”
หนึ่งเสียงอันไพเราะดังขึ้นในทุกห้องพัก
ผู้ฝึกตนจำนวนมากลืมตาขึ้น ภายในทุกคู่เนตรเรื