้ว หากมีนางช่วยเหลือ เขาจะชนะเหมียวเสียได้แน่ ๆ
เขาจึงปรี่มาเล่าความเท็จ สุมฟืนกระพือไฟ เสี้ยมให้สองฝ่ายเคืองแค้นแตกคอกัน
ใบหน้าของหยางจิ่นอวี๋แปรสู่เย็นเยียบ “หลายปีมานี้สำนักเซียนอวี่หวงเติบโตขึ้นหน่อย ก็เริ่มกำแหงไม่สนกฎเกณฑ์กันแล้ว”
ฉางหงเห็นหยางจิ่นอวี๋เดือดดาลก็สุดปรีดา ราดน ้ามันลงกองเพลิงทันที “ใช่เลย เหมียวเสีย นางนั่นกระทั่งบอกว่าสหายเต๋าหยางหน้าตางั้น ๆ สู้นางไม่เห็นได้ ต้องสั่งสอนพวกเขาสักหน่อยแล้ว”
ว่าแล้ว ฉางหงก็นำม้วนหยกแตกร้าวม้วนหนึ่งออกมา “ในนี้เป็นเคล็ดวิชาพลังวิญญาณโบราณ ข้าให้สหายเต๋าหยาง ไว้เราร่วมมือกันจัดการกับเหมียวเสียนะ”
“ได้”
หยางจิ่นอวี๋รับม้วนหยกมา “เจ้ากลับไปก่อน เหมียวเสียมิใช่ธรรมดา ข้าจะคิดหาทางรับมือ”
“ได้เลย”
ฉางหงกุมกำปั้นแล้วหันกายจาก
หลังจากเดินพ้นห้อง มุมปากฉางหงก็ยกยิ้ม มีหยางจิ่นอวี๋ช่วยเหลือ เขาจะฆ่าเหมียวเสียได้แน่
ในห้อง สาวใช้ข้างตัวหยางจิ่นอวี๋พูดอย่างไม่สบอารมณ์ “สำนักเซียนอวี่หวงทำเกินไปแล้วจริง ๆ มีฝีมือนิดหน่อยก็ทำกร่าง มาดูแคลนคุณหนูเสียได้”
“ข่าวลวง ฉางหงกำลังหลอกเรา”
หยางจิ่นอวี๋นั่งหน้ากระดานหมาก ใช้นิ้วเรียวคีบตัวหมากมาวางบนกระดานอย่างแผ่วเบา โทสะบนใบหน้าสลายหาย คืนสู่ความสุขุมเยือกเย็น
“ข่าวลวงหรือเจ้าคะ?” สาวใช้ผงะ
“เวลาเจ้าฟังใคร ให้เชื่อแค่สามส่วน ไม่เชื่อสามส่วน อีกสามส่วนเก็บไว้คิด อย่าถูกอารมณ์ชักพา อีกฝ่ายแค่อยากให้ข้า