คืออาจารย์ของเขา
ขณะที่เจียงผิงอันและอวตารกลืนสวรรค์ตามเหมียวจิ่งไปถึงท้องเรือใต้นาวาเซียน เหมียวจิ่งก็กล่าวกับเหมียวเสียผู้ร ่าไห้ตาแดงก ่า“เจ้าออกไปก่อน เรามีเรื่องต้องคุยกัน”
“พูดอะไรกันถึงต้องเลี่ยงข้าด้วยล่ะ” เหมียวเสียปาดน ้าตาแล้วเดินออกไป
เมื่อประตูห้องปิดลง เหมียวจิ่งก็นั่งลงบนเก้าอี้ ผ่อนลมหายใจยาวเหยียด แล้วเงยหน้ามองเจียงผิงอัน
“ขอบใจเจ้านะ”
“อาจารย์เอาอะไรมาพูดขอรับ ศิษย์ละอายนัก” เจียงผิงอันตอบอย่างนอบน้อม
“ข้าขอบคุณเจ้าที่ทำให้เสี่ยวเสียกลับมาเป็นปกติ ก่อนหน้านี้นางดื่มสุราหนักมาก แต่ช่วงนี้ข้าไม่เห็นนางดื่มสุราแล้ว”
รอยยิ้มเมตตาปรากฏบนใบหน้าซีดขาวของเหมียวจิ่ง เห็นได้ชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงของบุตรีทำให้เขายินดียิ่ง
เจียงผิงอันนิ่งไปครู่หนึ่ง หากเหมียวจิ่งไม่พูดขึ้นมา เขาก็มิได้สนใจเรื่องนี้เลย ศิษย์พี่หญิงมิค่อยดื่มแล้วจริง ๆ ด้วย
“ศิษย์พี่หญิงน่าจะตาสว่างตระหนักแจ้งเองน่ะขอรับ ไม่เกี่ยวกับข้าหรอก”
เจียงผิงอันไม่รับผลงานเป็นของตน
เหมียวจิ่งแย้มยิ้ม เหมียวเสียดื่มสุรามาหลายปี บิดาแท้ ๆ อย่างเขาเกลี้ยกล่อมกี่หนก็ไม่เป็นผล เหมียวเสียจะเลิกพฤติกรรมนี้เองได้อย่างไร
นี่เป็นเรื่องของชายหนุ่มผู้นี้ และเหมียวจิ่งก็จะไม่พูดเซ้าซี้ต่อไป
เขานำม้วนหยกม้วนหนึ่งออกมาส่งให้เจียงผิงอัน “นี่คือประสบการณ์และวรยุทธ์บางส่วนที่อาจารย์สั่งสมมาหลายต่อหลายปีข้าคิดว่าสักวันมันคงจะสาบสูญไปในโ