ลกหล้ากับอาจารย์ผู้นี้ มิคาดว่าจะได้พบเจ้า”
“อาจารย์ ข้าไม่ชอบตัดชีวิต มิอาจเดินบนเส้นทางฆ่าฟันได้หรอกขอรับ” เจียงผิงอันเอ่ยปาก
เหมียวจิ่ง “…”
คนอื่นพูดยังรับได้ แต่เจ้ายังมีหน้าพูดเช่นนี้อีกหรือ?
ปราณชั่วร้ายบนตัวเขาน่ากลัวกว่าพวกผู้ฝึกตนที่บรรลุเต๋าจากการฆ่าเสียอีก
“เจ้าจะไม่เดินบนเส้นทางนี้ก็ได้ หากต้องการก็ลองดูแล้วกัน ในนี้มีวรยุทธ์ระดับเซียนชื่อ ‘คัมภีร์ตัดชีวิต’ อยู่ ยิ่งฆ่ามากเพียงไร พลังโจมตียิ่งรุนแรง เหมาะสมยิ่งกับ…”
“ขอบคุณอาจารย์!”
เหมียวจิ่งพูดไม่ทันจบ ม้วนหยกก็ถูกเจียงผิงอันตะครุบไปแล้วรีบคารวะขอบคุณ
เจียงผิงอันชอบวิชาเพิ่มพลังซึ่งผนวกพลังต่อสู้ได้มหาศาลเช่นนี้เป็นที่สุด
จะไม่เดินบนเส้นทางการเข่นฆ่าก็ย่อมได้ แต่วรยุทธ์นี้ควรเรียนไว้
เหมียวจิ่งส่ายหัวอย่างจนใจ เจ้าเด็กนี่เด็ดขาดดีจริง
แล้วเขาก็หันไปมองอวตารไป๋ฟานที่ข้าง ๆ กันด้วยสีหน้าซับซ้อน
“ปัญญาเจ้าสูงล ้า บางเรื่องไม่ต้องพูดมากเจ้าก็รู้ หากต้องการทรัพยากร ก็บอกอาจารย์ได้เลย”
เหมียวจิ่งรู้อยู่แล้วว่าไป๋ฟานเป็นอวตารของเจียงผิงอัน ก่อนการประลองเริ่ม เจียงผิงอันบอกความจริงเรื่องนี้กับเขาแล้ว
เพราะเหตุนี้ เหมียวจิ่งจึงเสนอให้ทั้งสองปราชันกันด้วยศาสตราเซียน เจียงผิงอันจะได้ฉกชิงศาสตราเซียนของถานกว่างโซ่วไปได้ง่าย ๆ
อันที่จริง เหมียวจิ่งตกใจยิ่งนัก สุดยอดอัจฉริยะสองคน แท้จริงแล้วเป็นคนผู้เดียว พูดไปใครจะเชื่อลง?
ต่อหน้า