เพราะโลงแก้วผลึกอยู่ในตัวเจียงผิงอัน
เซียนบนสุญตากล่าวเสียงเนิบ “ให้เวลาพวกเจ้าหนึ่งเดือน หาโลงแก้วผลึกให้พบ หาไม่ ทั้งสำนักของพวกเจ้าจะถูกทำลาย”
น ้าเสียงของเขาราบเรียบยิ่ง พูดหน้าตาเฉยราวเป็นเรื่องกินดื่มต่อหน้าเขา ขุมกำลังน่าสะพรึงกลัวอันมีเซียนสวรรค์ประจำการหามีค่าใด
“เจ้าเป็นใคร?”
เหมียวจิ่งถามเสียงขรึม
“อย่างเจ้าควรค่าถามนามข้าแล้วหรือ?”
คนลึกลับยกมือขึ้นสะบัดฟาด พริบตาต่อมา เหมียวจิ่ง ยอดฝีมือระดับเซียนปฐพีผู้หนึ่งก็ร่างแหลกระเบิดทันที
“ท่านพ่อ!”
ร่างของเหมียวเสียสะท้านรุนแรง
ร่างของเหมียวจิ่งประสานตัวอย่างรวดเร็ว ทว่าใบหน้าของเขาซีดขาวราวกระดาษ แม้การโจมตีนี้ไม่ถึงขั้นเอาชีวิต แต่ก็ทำให้เขาเสียหายไม่น้อย
ความแข็งแกร่งของชายลึกลับผู้นี้สูงจนยากคาดเดาได้
ใบหน้าของเหมียวจิ่งไร้ความกลัว เขาตะโกนขึ้นว่า “เราไม่มีโลงแก้วผลึกอะไรนั่น จะหาอะไรที่แม้แต่เจ้ายังหาไม่พบได้อย่างไร?”
“สำนักเซียนอวี่หวงเป็นสมาชิกของสมาพันธ์แร้นแค้น หากเจ้าแข็งแกร่งกว่าสมาพันธ์แร้นแค้น ข้าก็ไม่มีอะไรจะพูด เจ้าจะต้มจะแกงกันเช่นไร เราก็ขัดขืนมิได้อยู่แล้ว”
ตัวตนระดับนี้ไร้ความรู้สึก ต่อให้คุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตาอีกฝ่ายก็จะไม่ปรานี
หากคิดเอาตัวรอดในโลกนี้ ก็ต้องแข็งแกร่งมากกว่าใคร ไม่ก็ต้องมีผู้สนับสนุนแข็งแกร่งเข้าไว้
เมื่อได้ยินคำว่า ‘สมาพันธ์แร้นแค้น’ คนลึกลับก็ขมวดคิ้ว
สมาพันธ์แร้นแค้นเป็นขุมกำลังอันเติ