นาง
เหมียวเสียเคยลำพองใจพรสวรรค์แข็งแกร่งของตน ไม่เห็นผู้ใดในสายตา รู้สึกว่าตนพิชิตใครก็ได้ แต่ท้ายที่สุดนางก็ปราชัย ทำให้นางสิ้นหวังไปเนิ่นนาน
เจียงผิงอันมิได้ตอบกลับ สายตามองตรงไปที่สมรภูมิ กระบี่เมื่อครู่ตราตรึงในมโนสำนึก ในใจจำลองภาพว่าจะสู้เช่นไรในระดับเดียวกัน
เมื่อเห็นเจียงผิงอันมองสมรภูมิตาค้าง เหมียวเสียก็คิดว่าเจียงผิงอันถูกกระทบกระเทือนจิตใจรุนแรง จึงตกใจมิอาจผ่อนคลาย
ผู้ฝึกตนจากสำนักเซียนเป่ยฮวงอีกคนเสนอตัวท้าทาย ผู้ฝึกตนคนนี้ก็เป็นผู้ฝึกกระบี่ เห็นได้ชัดว่าคนผู้นี้เป็นบุคคลชั้นนำด้านเต๋ากระบี่ของสำนักเซียนเป่ยฮวง ประมือกับภาพฉายอันทรงพลังนี้ได้โดยไม่เพลี่ยงพล ้าเลย
ศึกระหว่างอัจฉริยะอันดุเดือดเปิดฉากโดยสมบูรณ์
ผู้ฝึกตนจากห้าสำนักเซียนใหญ่และขุมกำลังต่าง ๆ ตั้งอกตั้งใจมองการต่อสู้
หนึ่งชั่วยามต่อมา ผู้ฝึกกระบี่ผู้นี้ก็คว้าชัย ปีนขึ้นไปท้าทายภาพฉายบนขั้นบันไดที่สอง
ภาพฉายที่สองแข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกตนบนขั้นแรกหลายเท่าอย่างเห็นได้ชัด การต่อสู้นี้กินเวลาหนึ่งวันเต็มกว่าจะจบลง
ผู้ฝึกกระบี่จากสำนักเซียนเป่ยฮวงปราชันต่อเนื่องไม่หยุดพักหลังผ่านศึกอันดุเดือดสิบกว่าวัน ท้ายที่สุดเขาก็ปราชัยให้ภาพฉายบนขั้นที่หก
เหล่าผู้ฝึกตนดูสะเทือนอารมณ์นัก
“คนผู้นี้เป็นบุคคลอันดับหนึ่งในขั้นต้นระดับเคล็ดพลังของสำนักเซียนเป่ยฮวง แต่เขาเอาชนะภาพฉายได้เพียงห้า”
“ต่างชั้นกับราชวงศ์เซียนจันทร์มายาเหลื